Showing posts with label ข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข. Show all posts
Showing posts with label ข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข. Show all posts

สธ.เตรียมหารือกระทรวงเกษตรฯป้องกันเชื้อหวัดกลายพันธุ์พรุ่งนี้ - Influenza A(H1N1)

Thursday, September 3, 2009 at 12:00 PM

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมหารือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์วันพรุ่งนี้ พร้อมเรียกนายแพทย์สาธารณสุข 36 จังหวัด ภาคเหนือ อีสาน ประชุมมาตรการสกัดกั้นการระบาดในเขตชนบท ขณะเดีย...


กระทรวงสาธารณสุขเตรียมหารือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์วันพรุ่งนี้ พร้อมเรียกนายแพทย์สาธารณสุข 36 จังหวัด ภาคเหนือ อีสาน ประชุมมาตรการสกัดกั้นการระบาดในเขตชนบท ขณะเดียวกันจะหารือสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าวางระบบการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มผู้ใช้แรงงงาน ชี้ขณะนี้แนวโน้มคนป่วยที่มีอาการไข้หวัดไปหาหมอที่โรงพยาบาลลดลงเหลือ 9,000 คนต่อวัน

เช้าวันนี้ (2 กันยายน 2552)นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ของประเทศไทย ว่าจากการวิเคราะห์สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าการระบาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และขยายตัวไปสู่ต่างจังหวัด แนวโน้มกระจายลงสู่เขตชนบท โดยพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด จากการประเมินผลผู้ป่วยไข้หวัดทุกประเภทที่เข้ารับการรักษาตัวที่จุดตรวจคัดกรองของโรงพยาบาลทั่วประเทศพบว่าจำนวนลดลงจาก 18,000 คนต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2552 เหลือ 9,000 คนต่อวันในเดือนสิงหาคม 2552 โดยร้อยละ 52 ของผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในชนบท

จากการที่มีผู้เข้าสู่ระบบการคัดกรองในโรงพยาบาลลดลง เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น หรือมีความวิตกกังวลลดลง แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงจะทำให้ประชาชนชะล่าใจในการมาพบแพทย์เมื่อป่วยแล้วทำให้สาเหตุการเสียชีวิตเกิดมาจากการหาหมอช้า เข้าถึงยาช้า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 23-29 สิงหาคม 2552 มีผู้เสียชีวิต 11 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 6 ราย ร้อยละ 70 อายุอยู่ระหว่าง 31 - 40 ปี และอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สรุปยอดเสียชีวิตสะสมตั้งแต่วันที่ 28 เมษาเป็นต้นมามีจำนวนทั้งหมด 130 ราย

นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันควบคุมโรคให้เข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะการเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ และการดื้อยาหรือการผสมสายพันธุ์กันระหว่างเชื้อไข้หวัดของคนกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ของสัตว์ที่หลายประเทศเป็นห่วง ในวันพรุ่งนี้จะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีรองปลัดทุกกระทรวงเป็นกรรมการ โดยเฉพาะร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งดำเนินการ แม้ว่าที่ผ่านมาไทยยังไม่พบปัญหาเชื้อกลายพันธุ์ก็ตาม และในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2552 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเรียกประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36 จังหวัด เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดในพื้นที่ชนบทให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ในวันที่ 9 กันยายน 2552 จะหารือกับสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า เพื่อกำหนดแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากถึง 37 ล้านคน ขณะเริ่มพบ ประปรายในแถบภาคกลาง โดยจะนำร่องที่โรงงานในแถบจังหวัดสมุทรสาครและขยายไปยังโรงงานอื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตามขอย้ำเตือนให้ประชาชนอย่าละเลยการป้องกันการเจ็บป่วย ทุกคนยังมีความเสี่ยงติดเชื้อเท่ากันเพราะยังไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้ ขอให้รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารโดยเฉพาะผัก ผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงเช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ มะขามป้อม เป็นต้น ซึ่งวิตามินซีจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ หากเข้าไปในที่ชุมชนหนาแน่นควรสวมหน้ากากอนามัย สำหรับผู้ที่มีไข้ ให้หยุดอยู่บ้าน 7 วัน หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คนอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี และหญิงมีครรภ์ หากมีไข้สูง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการสำคัญของไข้หวัดใหญ่ ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที ส่วนผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว หากมีอาการดังกล่าว และไข้ยังไม่ลด อาการของโรคไม่ดีขึ้น ภายใน 48 ชั่วโมง ขอให้ไปพบแพทย์ทันทีเช่นเดียวกัน นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าว
......................................... 2 กันยายน 2552

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ พืชผักสมุนไพร สร้างเศรษฐกิจไทย ต้านภัยไข้หวัด - Influenza A(H1N1)

at 12:00 PM

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งปีนี้เน้นคุณค่าสมุนไพรต้านภัยไข้หวัด จัดระหว่างวันที่ 2 6 กันยายน 2552 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ...
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งปีนี้เน้นคุณค่าสมุนไพรต้านภัยไข้หวัด จัดระหว่างวันที่ 2 6 กันยายน 2552 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี คาดมีประชาชนเข้าชมวันละไม่ต่ำกว่า 30,000 คน

วันนี้ (3 กันยายน 2552) เวลา 15.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมีนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ข้าราชการ และคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้ารับเสด็จ

นายวิทยา กราบทูลรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้การแพทย์ 3 ระบบ ที่มีรากฐานที่มาทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่แตกต่างกันตามภูมิภาค ศาสนา สังคม และความเชื่อ ได้แก่ การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์แผนไทย ซึ่งถูกละทิ้งขาดการพัฒนามานานกว่า 60 ปี และการแพทย์ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมของคนทั่วโลก ให้สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาสุขภาพคนไทยในปัจจุบันและอนาคต ควบคู่กับระบบบริการการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติพัฒนาการแพทย์ทั้ง 3 ระบบให้เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นที่ยอมรับด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัยในระดับสากล ระหว่าง พ.ศ. 2550-2554 ใช้งบประมาณดำเนินการทั้งหมด 2,364 ล้านบาท ประกอบด้วย การสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ การพัฒนาระบบสุขภาพ การพัฒนากำลังคน การพัฒนายาไทยและยาสมุนไพร รวมทั้งการคุ้มครองภูมิปัญญาไทย ไม่ให้ตกเป็นผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

สำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ทั่วโลกและไทยกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงจัดงานภายใต้แนวคิด พืชผักสมุนไพร สร้างเศรษฐกิจไทย ต้านภัยไข้หวัด เพื่อชูคุณค่าของผักพื้นบ้าน สมุนไพร อย่างต่ำ 13 ชนิด ที่สามารถป้องกันการเป็นหวัดและบรรเทาอาการเมื่อเป็นหวัด โดยสมุนไพร ผักพื้นบ้าน ที่บำรุงสุขภาพ เสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัด สามารถรับประทานในรูปของอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ฝักมะรุม ยอดมะยม ยอดสะเดา มะระขี้นก ฟักข้าว พลูคาวหรือคาวตอง กระเทียม ขิง กระเพรา ตะไคร้ เห็ดหลินจือ ชาปัญจขันธ์ ชาเขียว ชาใบหม่อน ขิง ตะไคร้ กระเจี๊ยบ ใบเตย เป็นต้น ส่วนสมุนไพรที่บรรเทาอาการเมื่อเริ่มจะเป็นหวัด คือมีน้ำมูก เจ็บคอ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายได้เป็นอย่างดี จะช่วยลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยให้รับประทานคู่กับยาพาราเซตตามอล ทุก 6 ชั่วโมง ในรูปของแคปซูล ครั้งละ 3-4 แคปซูล หรือประมาณ 1.6 กรัม วันละ 4 เวลาหลังอาหารและก่อนนอน ติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน หรือใช้ใบสด 1 กำมือต้มกับน้ำนาน 10 15 นาที ดื่มวันละ 3 เวลา

งานดังกล่าวจัดระหว่างวันที่ 2 6 กันยายน 2552 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การฝึกอบรมระยะสั้นด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ฟรี จำนวน 21 หลักสูตร อาทิ การทำโลชั่นรำข้าว การสกัดน้ำมันรำข้าวในครอบครัว เทียนอบข้าวสาร สบู่รำข้าว/สมุนไพร โยคะเพื่อสุขภาพ การทำผลิตภัณฑ์โฮมสปา เป็นต้น ลานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ สวนสาธิตสมุนไพร ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จให้บริการปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการทำสารสกัดและการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ อาทิ การผลิตแชมพูกำจัดเห็บสุนัขจากเมล็ดกะเบาและเมล็ดน้อยหน่า การพัฒนาสูตรข้าวเกรียบมอญของชุมชน จากสูตรดั้งเดิมเพิ่มอีก 3 สูตร ได้แก่ สูตรกระเทียม ตะไคร้ และจตุผลาธิกะ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสมุนไพรจากเครือข่ายภาครัฐและเอกชนกว่า 250 ร้าน และบริการนวดเพื่อสุขภาพ ฟรี/ราคาถูก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานวันละประมาณ 30,000 คน

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทานพระดำรัสเปิดงานความว่า ขอชื่นชมที่กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรต่างๆ ได้จัดงานครั้งนี้ขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชน บุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการ หมอพื้นบ้าน หมอแพทย์แผนไทย ได้มีโอกาสเผยแพร่ รับรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งสมุนไพร อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทยต่อไป จากนั้นเสด็จไปยังลานนิทรรศการกลาง ภายในอาคาร 7-8 ทอดพระเนตรนิทรรศการกลาง พืชผักสมุนไพร สร้างเศรษฐกิจไทย ต้านภัยไข้หวัด บู้ทกิจกรรมของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ กิจกรรมเด็กพิการ ลานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ สวนสมุนไพรของมหาวิทยาลัยมหิดล ลานผักและแปลงผัก กิจกรรมกลุ่มประเทศอาเซียน+4 โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันการแพทย์แผนไทย และองค์การเภสัชกรรม

************************************* 3 กันยายน 2552

วิทยา พอใจผลงานรณรงค์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ของอสม. ส่งตัวผู้มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่พบหมอ กว่า 5 หมื่นคน - ไข้หวัดใหญ่ 2009

Tuesday, September 1, 2009 at 6:00 PM

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พอใจผลงานรณรงค์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ของอสม.กว่า 970,000 คนทั่วประเทศ สามารถให้การดูแลผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติได้รวมกว่า 2 ล้านคน ในจำนวนนี้พบมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ต้องส่งตัวพบแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจละเอีย...
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พอใจผลงานรณรงค์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ของอสม.กว่า 970,000 คนทั่วประเทศ สามารถให้การดูแลผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติได้รวมกว่า 2 ล้านคน ในจำนวนนี้พบมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ต้องส่งตัวพบแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจละเอียดรวมทั้งหมด 54,433 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วน จำนวน 44,258 คน ในจำนวนนี้มีอาการรุนแรง 3,705 คน โดยจะให้อสม.ปฏิบัติต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคม 2552

วันนี้ (1 กันยายน 2552) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมมอบนโยบาย อสม.ในเขตจังหวัดภาคกลาง ที่โรงแรมโนโวเทล จังหวัดระยอง ว่า หลังจากกระทรวงสาธารณสุขได้ให้อสม.ทั่วประเทศที่มีกว่า 970,000 คน เป็นแกนนำรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ และทำการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการป่วยด้วยไข้หวัดในหมู่บ้านรับผิดชอบ คนละ 10-15 หลังคาเรือน ทุกวันจันทร์ วันพุธและวันศุกร์ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นมา พบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง

นายวิทยา กล่าวว่า จากรายงานอย่างไม่เป็นทางการใน 61 จังหวัด อสม.ได้ออกเยี่ยมบ้านรวมทั้งหมด 2,307,964 คน ประกอบด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป้าหมาย เช่น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต มะเร็ง โรคเลือด หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ คนอ้วน ผู้สูงอายุ จำนวน 1,991,698 คน พบผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่และส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ 44,258 คน หรือประมาณร้อยละ 2 โดยมีอาการรุนแรง 3,705 คน

ส่วนในกลุ่มปกติทั่วไป พบมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั้งหมด 316,266 คนในจำนวนนี้มีอาการรุนแรงต้องส่งตัวพบแพทย์ในโรงพยาบาลรวม 10,175 คน รวมแล้วผลการออกปฏิบัติการของอสม.ครั้งนี้ ได้ค้นพบผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ในหมู่บ้านต่างๆ ที่ต้องส่งตัวเข้าพบแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียดรวมทั้งหมด 54,433 คน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ แต่ทำให้เราสามารถคัดกรองผู้ป่วยในหมู่บ้านไปรักษาและเฝ้าระวังสถานการณ์ในหมู่บ้านได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้สามารถลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้เป็นอันมาก โดยได้ขอความร่วมมือให้อสม.ทั่วประเทศ ปฏิบัติการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็น และจะประเมินผลต่อไป

ทางด้าน ดร. นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า การทำงานของกองทัพอสม.ของประเทศไทย เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ครั้งนี้ นับเป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถดำเนินการได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะพัฒนาระบบการทำงานของอสม.ให้เกิดประสิทธิภาพ และมีการประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ซึ่งจะทำให้กลไกการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประเทศไทยเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยในเบื้องต้นจะจัดประชุมหารือกับอสม.ในภาคกลาง เพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนาการทำงาน โดยเฉพาะระบบการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพดี รวมทั้งการสนับสนุนทางวิชาการและเครื่องมือการทำงานให้แก่อสม.ด้วย

*** ******************************** 1 กันยายน 2552

สธ.ชี้ เดย์ ไอโฟน ไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 - Influenza A(H1N1)

at 2:21 PM

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ชี้ เดย์ ไอโฟน หรือ นายณัฐวัฒน์ ปาใจ วัย 28 ปี เสียชีวิตเมื่อ 25 สิงหาคม 2552 ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่า ไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ย้ำเตือนประชาชนหากป่วยหรือมีอาการของไข้หวัด ขอให้นึกถึงไข้หวัดใหญ่...
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ชี้ เดย์ ไอโฟน หรือ นายณัฐวัฒน์ ปาใจ วัย 28 ปี เสียชีวิตเมื่อ 25 สิงหาคม 2552 ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่า ไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ย้ำเตือนประชาชนหากป่วยหรือมีอาการของไข้หวัด ขอให้นึกถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไว้ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงกำลังตั้งครรภ์ หรือคนอ้วน ต้องพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต

จากกรณีของเดย์ ไอโฟน หรือนายณัฐวัฒน์ ปาใจอายุ 28 ปี เจ้าของนามแฝงในบอร์ดครีเอทีฟ 7419 ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ซึ่งในเบื้องต้นโรงพยาบาลได้แจ้งว่าเดย์ไอโฟนเสียชีวิตจากอาการติดเชื้อไวรัสที่หัวใจ ซึ่งยังไม่ทราบว่าไวรัสที่เป็นต้นเหตุเสียชีวิตนั้นเป็นเชื้อไวรัสชนิดใดนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว วันนี้ (30 สิงหาคม 2552 ) นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานไปยังโรงพยาบาลรามคำแหงที่รับรักษานายณัฐวัฒน์ ปาใจ เป็นแห่งที่ 3 ได้รับแจ้งผลการการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบว่า ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่อย่างใด โดยขณะนี้กองการประกอบโรคศิลปะ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงในการรักษานายณัฐวัฒน์ ของโรงพยาบาล 3 แห่ง ว่าเกิดจากความบกพร่องของระบบการรักษาหรือไม่ จากนั้นจะส่งข้อมูลให้แพทยสภาตรวจสอบทางจริยธรรมการแพทย์ต่อไป ขณะเดียวกันกองการประกอบโรคศิลปะก็จะตรวจสอบมาตรฐานของสถานพยาบาลเอกชนทั้ง 3 แห่งว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ. 2541 หรือไม่ ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพ บุคลากร เครื่องมือแพทย์ และสถานที่ด้วย โดยจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นายแพทย์สุพรรณกล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในช่วงวันที่ 16-22 สิงหาคม พบว่ามีรายงานผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นในจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นขอนแก่น เชียงใหม่ อุดรธานี ชี้ให้เห็นว่าโรคกระจายตัวไปยังต่างจังหวัดและชนบทมากขึ้น ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงมีความเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เท่ากัน เนื่องจากยังไม่มีภูมิต้านทานโรคนี้มาก่อน ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2552 มีคนไทยป่วยและยืนยันติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและหายเป็นปกติแล้วจำนวน 14,976 ราย เสียชีวิต 119 ราย

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดคือมีไข้ ไอ มีน้ำมูก ขอให้นึกถึงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไว้ก่อน และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอยางเคร่งครัด โดยกลุ่มประชาชนที่ไม่มีโรคประจำตัวหากเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้ว ไข้ยังไม่ลดภายใน 2 วันต้องรีบพบแพทย์ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคเบาหวาน โรคเอดส์ โรคธาลัสซีเมีย โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคเอสแอลอี รวมทั้งผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ คนอ้วน หากมีอาการไข้หวัด ขอให้รีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไปให้โรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว

สำหรับการป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการคลุกคลีและไม่ใช่สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด หลีกเลี่ยงสิ่งบั่นทอนสุขภาพทุกชนิด เช่น ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ไปในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากจำเป็นต้องเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด ควรสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆเพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรค
***************************** 30 สิงหาคม 2552

สธ.ชี้ไข้หวัดใหญ่เริ่มลงชนบท แนะประชาชนล้างมือบ่อยๆ คาดหน้ากากอนามัยหากเป็นหวัด - ไข้หวัดใหญ่ 2009

at 2:21 PM

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ให้เข้มการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่กระจายลงสู่ชนบท โดยให้ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆหลังไอจามหรือหลังสัมผัสสิ่งของเช่นมือจับตู้เย็น ลูกบิดประตู คาดหน้ากากอนามั...
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ให้เข้มการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่กระจายลงสู่ชนบท โดยให้ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆหลังไอจามหรือหลังสัมผัสสิ่งของเช่นมือจับตู้เย็น ลูกบิดประตู คาดหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นไข้หวัด หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามหรือรับปรึกษาที่สายด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หมายเลข 1422 และ 0-2590-3333 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า แนวโน้มการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ฯขณะนี้ แพร่กระจายจากเขตเมืองสู่ชนบทตามจังหวัดต่างๆมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามมาตรการ 2 ลด คือ ลดการติดเชื้อและป่วยให้มากที่สุด ลดการเสียชีวิตให้มากที่สุด และ 3 เร่ง คือ เร่งให้อสม.ทุกหมู่บ้านค้นหาผู้ป่วยในความรับผิดชอบคนละ 10-15 หลังคาเรือนทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เร่งเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันตนเอง และเร่งรัดการบริหารจัดการความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันยังคงเปิดสายด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ให้บริการคำปรึกษาแนะนำประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ทางโทรศัพท์หมายเลข 1422 และ 0-2590-3333 ประชาชนที่มีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามได้ทันที จากการประเมินผล ในช่วงวันที่ 17-23 สิงหาคม 2552 มีประชาชนโทรสอบถามทั้งหมด 6,486 ครั้ง เฉลี่ยชั่วโมงละ 39 ครั้ง ประเด็นที่ยังสอบถามและขอรับคำปรึกษามากที่สุดยังเป็นเรื่องของข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโรคโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ เช่นอาการของโรค การติดต่อ การป้องกัน และการรักษา

นายแพทย์สุพรรณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการรับเชื้อ และรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่นไข่ นม รวมทั้งผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ขอให้ประชาชนหมั่นล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ภายหลังไอจาม หรือภายหลังสัมผัสสิ่งของที่มีผู้ใช้ร่วมกันเช่นลูกบิดประตู ราวบันได มือจับตู้เย็น เป็นต้น โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ มีชีวิตอยู่ที่มือได้นานประมาณ 5 นาที และมีชีวิตอยู่ตามพื้นผิวและสิ่งของเครื่องใช้ได้นานอย่างน้อย 2 ถึง 8 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาวะแวดล้อม หากความชื้นต่ำ อากาศแห้งและเย็น เชื้อจะอยู่ได้นานขึ้น

สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยเป็นไข้หวัด ขอความร่วมมือให้หยุดพักอยู่บ้าน 7 วันจนหายป่วย และคาดหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปติดคนอื่น การไอจามทุกครั้งควรใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูปิดปาก หากไม่มี ขอให้ไอจามใส่แขนเสื้อตัวเอง เพื่อลดการกระจายของละอองน้ำมูก น้ำลาย ซึ่งมีเชื้อไวรัสปะปนอยู่ การใช้มือป้องปากจมูกเวลาไอจามไม่สามารถลดการฟุ้งกระจายละอองน้ำมูกน้ำลายได้ โดยเชื้อจะติดอยู่ที่มือ และแพร่สู่คนอื่นที่มาจับต้องสิ่งของที่ผู้ป่วยสัมผัสมาก่อน เช่น ผ้าเช็ดมือ ราวบันได ปุ่มลิฟต์ โทรศัพท์ แป้นคอมพิวเตอร์ แล้วใช้มือมาแคะจมูก ขยี้ตา

****************************** 30 สิงหาคม 2552

รมช.สธ. มอบอสม. ค้นหาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หากพบและนำรักษาโดยเร็ว ลดการเสียชีวิตได้ - Influenza A(H1N1)

at 1:57 PM

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งให้ อสม. ออกค้นหาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง หากพบเร็วและได้รับการรักษาที่รวดเร็ว เพื่อหวังลดอัตราการเสียชีวิต แนะประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ป่วย ให้เร่งสร้างภูมิต้านทานโรค ออกกำลังกาย...
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งให้ อสม. ออกค้นหาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง หากพบเร็วและได้รับการรักษาที่รวดเร็ว เพื่อหวังลดอัตราการเสียชีวิต แนะประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ป่วย ให้เร่งสร้างภูมิต้านทานโรค ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการไปในที่คนแออัด หากจำเป็นต้องคาดหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เช้าวันนี้(20 สิงหาคม 2552) ที่ว่าการอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดประชุมอสม.อำเภอปากช่องกว่า 800 คน พร้อมมอบนโยบายและให้กำลังใจ อสม. ในการปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นายมานิต กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของไทยขณะนี้ มีแนวโน้มแพร่กระจายต่างจังหวัดมากขึ้น และระบาดไปถึงช่วงเดือนกันยายน 2552 ซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว คนไทยส่วนใหญ่มีความเสี่ยงติดเชื้อเท่ากันทุกคน ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2552 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ ไทยมีผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อเข้ารักษาในโรงพยาบาลและหายดีแล้วสะสมประมาณ 13,000 รายกระจายในทุกจังหวัด เสียชีวิตสะสมรวม 111 ราย ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่องพบผู้ป่วยยืนยัน 17 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

นายมานิต กล่าวต่อไปว่า มาตรการสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้อสม.ทุกจังหวัดรวม 987,019 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันไม่ให้ป่วย และเมื่อป่วยให้รู้จักดูแลตัวเองไม่ให้โรครุนแรง เริ่มตั้งแต่ 30 ก.ค. 2552 ภายใต้ยุทธศาสตร์ คือ ค้นหาเร็ว ให้เจอผู้ป่วยเร็ว และให้การรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน โรคไต หัวใจ ธาลัสซีเมีย คนอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และหญิงตั้งครรภ์ หากมีอาการไข้หวัด แม้เพียงเล็กน้อย อสม.ต้องแจ้งให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบ ในกลุ่มประชาชนทั่วไป หากมีอาการไข้หวัดแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน อสม.ต้องย้ำให้รีบพบแพทย์เช่นกัน

ส่วนผู้ที่ยังไม่ป่วย ให้ อสม. ช่วยแนะนำให้เร่งสร้างวัคซีนแก่ตนเอง เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานโรค โดยให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการไปในที่คนแออัด หากจำเป็นต้องไปในสถานที่มีคนจำนวนมากควรคาดหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยได้เปิดสายด่วนให้คำปรึกษาประชาชนเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมงทางหมายเลข 1422 ฟรี และหมายเลข02-590-3333

ที่น่าห่วงขณะนี้คือเรือนจำซึ่งมีผู้ต้องขังอยู่กันอย่างแออัด และนอนรวมกัน หากจัดการด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยไม่ดีพอ จะทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะรับเชื้อโรคได้ง่าย และแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ดังนั้นจึงต้องตรวจสุขภาพผู้ต้องขังใหม่ทันทีก่อนที่จะให้ไปอยู่รวมกัน หากพบผู้ป่วยให้รีบแยก สังเกตอาการและส่งรักษาทันที ให้ทำความสะอาดเรือนนอน อาคาร ที่ผู้ต้องขังอยู่รวมกัน โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสรวมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ รวมทั้งเครื่องนอน จัดสถานที่ล้างมือพร้อมสบู่ให้เพียงพอ โดยมอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเข้าไปดูแลติดตามทุกสัปดาห์ นายมานิต กล่าว

********************************** 20 สิงหาคม 2552
Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top