Showing posts with label ข่าวสุขภาพ (Health News). Show all posts
Showing posts with label ข่าวสุขภาพ (Health News). Show all posts

สธ.เฝ้าระวังหญิง21ปีอีกราย-ชายอายุ47ยังน่าห่วง - Influenza A(H1N1)

Tuesday, June 30, 2009 at 4:11 PM

โดย ไทยรัฐออนไลน์
30 มิถุนายน 2552, 15:25 น.

สธ. เฝ้าระวังหญิง 21 ปีอีกรายหลังพบป่วยด้วยอาการปอดบวม ส่งเชื้อตรวจทางห้องปฏิบัติการ "วิทยา" เผยเสียใจต่อการตายของผู้ป่วยทั้ง 3 ราย วอนหยุดวิจารณ์มาตรการ สธ...

วันนี้ (30 มิ.ย.) พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยถึงอาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาย อายุ 47 ปี มีอาการไข้ต่ำ ไอ ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ด้วยอาการไข้สูง 39 องศาเซลเซียส หลังจากรักษาโดยให้ยาโอเซลทามิเวียร์ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีอาการหอบมาก หายใจติดขัด ผลเอกซเรย์ปอดพบว่ามี ภาวะปอดบวม แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและนำเข้ารักษาในห้องไอซียู และเอกซเรย์ปอดอีกครั้งพบว่าปอดบวมมากขึ้น และค่าออกซิเจนในเลือดต่ำมาก จำเป็นต้องใช้เครื่องเร่งความดันในปอด และทำให้ออกซิเจนในเลือดปกติ
พญ.วารุนี กล่าวต่อว่า ขณะนี้คนไข้อาการดีขึ้น แต่ยังไม่น่าไว้วางใจแพทย์ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะไม่แน่นอนว่าอาจมีอาการแทรกซ้อนได้อีกหรือไม่ เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้มีประวัติการสูบบุหรี่และดื่มสุรามานานกว่า 20 ปีโดยไม่เคยตรวจสุขภาพเลย และจากการซักประวัติ ทราบว่าก่อนที่จะมีอาการป่วย ลูกชายของผู้ป่วยรายนี้ ป่วยเป็นไข้หวัดมาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ซื้อยากินเอง จนอาการหายเป็นปกติ ไม่ได้มาพบแพทย์

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยหญิงวัย 21 ปี ติดเชื้อจากภายในประเทศ อาการรุนแรงอีก 1 ราย โดยมีอาการปอดบวม มีไข้ แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้หากเกิดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรง ทีมแพทย์ได้เตรียมการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดทุกราย ส่วนในรายที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ญาติไม่อนุญาตให้มีการนำเนื้อเยื้อตรวจพิสูจน์ศึกษาหาสาเหตุความรุนแรงของ โรค ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก

ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้ง 3 รายว่า สธ.ไม่ได้ประมาทและไม่เคยประเมินโรคนี้ต่ำ มีการแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ตั้งแต่การป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ แต่ถึงวันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าไม่สามารถใช้มาตรการสกัดกั้นโรคเหมือนกับโรคไข้หวัดนกได้ เพราะคนยังมีการไปมาหาสู่กันตลอดเวลา

"รู้สึกเสียใจต่อการเสีย ชีวิต ของผู้ป่วยทั้ง 3 ราย จากการประชุมหารือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของสธ.ทุกคนไม่มีความสุขเพราะทำงาน เฝ้าระวังโรคตลอด 2 เดือน ยื้ออย่างที่สุดแล้วกลับมีผู้เสียชีวิต และคงไม่มีใครสนุกที่ต้องลุ้นว่าจะมีคนตายอีกหรือไม่ ดังนั้น หากใครวิจารณ์อะไรขอให้คิดถึงหัวอกคนที่ทำงาน ไม่ใช่อยู่บนหอคอยงาช้างแล้วได้แต่ตำหนิ หากมีอะไรที่บกพร่องควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้ขอให้เสนอมา" นายวิทยากล่าว

รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สำนักระบาดวิทยาประเมินตัวเลขผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบว่าน่าจะมีตัวเลขของผู้ป่วยนอกระบบการตรวจรักษามากกว่านี้หลายเท่า เนื่องจากส่วนหนึ่งอาการไม่รุนแรงเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ก็หายได้เอง ทำให้บางรายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างไรก็ตาม หากเป็นหวัดมีอาการไอ หรือจามควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

ป้องกันไข้หวัด2009ร้านเสริมสวย - Influenza A(H1N1)

at 3:14 PM

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน 2552
เวลา 10:17 น

นายพิชัย พิชญเดชะ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง แจ้งว่า หลังจากเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ที่ผ่านมาเขตฯ ได้ดำเนินการควบคุมพื้นที่การระบาดทั้งในโรงเรียน หรือแหล่งชุมนุมชนต่าง ๆ อย่างไรก็ตามยังมีสถานที่ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากแต่อาจจะถูกมองข้าม คือ สถานเสริมสวย เขตฯจึงมอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ ตรวจสุขลักษณะร้านเสริมสวยทั่วพื้นที่เขต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมให้คำ แนะนำในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลโรคดังกล่าว เนื่องจากร้านเสริมสวยมีวัสดุอุปกรณ์จำนวนมากที่ใช้ร่วมกัน เช่น หวี ไดร์เป่าผม กิ๊บติดผม กรรไกรตัดผม และกรรไกรตัดเล็บมือ-เล็บเท้า เป็นต้น มีผู้รับบริการหลากหลายอาชีพ ฉะนั้น ผู้ประกอบการต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดบริเวณภายในร้านและวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ให้ถูกสุขลักษณะ.

ป่วยหวัด 2009 เพิ่มอีก 84 ราย - มี 1 รายที่ รพ.ราชวิถี อาการยังน่าห่วง - Influenza A(H1N1)

at 2:08 PM

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 มิถุนายน 2552 12:30 น.

ยอดป่วยหวัดใหญ่เพิ่มอีก 84 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,414 ราย รักษาหายแล้ว 1,387 ราย ผอ.ราชวิถีเผย ผู้ป่วยวัย 47 ปี แพทย์รอดูอาการใกล้ชิด กลัวโรคแทรกซ้อน ล่าสุดพบอีกรายเป็นหญิงวัย 21 ปี ติดเชื้ออาการรุนแรง

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) มีรายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไขัหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มเติมอีก 84 ราย เป็นนักเรียน 61 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,414 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 1,387 ราย มีผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 24 ราย โดยยังมีผู้ป่วยอาการน่าเป็นห่วง 1 ราย อายุ 47 ปี รักษาตัวอยู่ รพ.ราชวิถี สำหรับอาการล่าสุดยังน่าเป็นห่วง ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายมานิตกล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค เป็นที่น่าสังเกตว่าจะพบผู้ป่วยในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น สถานศึกษา ค่ายทหาร สถานบันเทิง ได้เน้นให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. เร่งให้ความรู้ กระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด โดยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ใช้ช้อนกลาง แยกของใช้ส่วนตัวไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น และการทำความสะอาดสถานที่เป็นประจำ โดยเฉพาะตามจุดเสี่ยงแพร่เชื้อ เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได

สำหรับ สถานการณ์ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2552 ถึง 30 มิถุนายน 2552 ตามเวลาประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ใน 116 ประเทศ รวมผู้ป่วยทั้งสิ้น 70,893 ราย เสียชีวิต 311 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.44 ประเทศและอาณานิคมที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายแรก ได้แก่ อิรัก ลิทัวเนีย โมนาโค และเนปาล

เผยชายวัย 47 ปี อาการดีขึ้น แต่ระวังโรคแทรกซ้อน
พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยถึงอาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พักรักษาตัวอยู่ในรพ.ราชวิถี ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาย อายุ 47 ปี มีอาการไข้ต่ำๆ ไอ ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ด้วยอาการไข้สูง 39 องศาเซลเซียส โดยผู้ป่วยไอมาก หลังจากให้การรักษาโดยให้ยาโอเซลทามิเวียร์ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีอาการหอบมาก หายใจติดขัด ผลเอกซเรย์ปอดพบว่ามี ภาวะปอดบวม แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและนำเข้ารักษาในห้องไอซียู และทำการเอกซเรย์ปอดอีกครั้งพบว่าปอดบวมมากขึ้น และค่าออกซิเจนในเลือดต่ำมาก จำเป็นต้องใช้เครื่องเร่งความดันในปอด และทำให้ออกซิเจนในเลือดปกติ

“ขณะ นี้คนไข้อาการดีขึ้น แต่ยังไม่น่าไว้วางใจแพทย์ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะไม่แน่นอนว่าอาจมีอาการแทรกซ้อนได้อีกหรือไม่ เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้มีประวัติการสูบบุหรี่และดื่มสุรามานานกว่า 20 ปีโดยไม่เคยตรวจสุขภาพเลย และว่าจากการซักประวัติ ทราบว่าก่อนที่จะมีอาการป่วยลูกชายของผู้ป่วยรายนี้ ป่วยเป็นไข้หวัดมาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ซื้อยากินเอง จนอาการหายเป็นปกติ ไม่ได้มาพบแพทย์”พญ.วารุณีกล่าว

สธ.พบหญิงวัย 21 ปี ติดเชื้ออาการรุนแรงอีกราย
นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดสธ.กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยหญิงวัย 21 ปี ติดเชื้อจากภายในประเทศ อาการรุนแรงอีก 1 ราย โดยมีอาการปอดบวม มีไข้ แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้หากเกิดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรงทีมแพทย์ได้ เตรียมการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดทุกราย ส่วนในรายที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เนื่องจากญาติไม่อนุญาตให้มีการ นำเนื้อเยื้อตรวจพิสูจน์ศึกษาหาสาเหตุความรุนแรงของโรคซึ่งจะเป็นประโยชน์ ทางการแพทย์อย่างมาก

"วิทยา"ชี้ไม่เคยประเมิณโรคต่ำ ย้ำภูมิใจการรับมือ
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้ง 3 รายว่า สธ.ไม่ได้ประมาทและไม่เคยประเมินโรคนี้ต่ำ โดยมีการแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ตั้งแต่การป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งการที่สธ.สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจกับการทำงาน ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเริ่มมีผู้ที่หนีการคัดกรองของสธ.และมีผู้ติดเชื้อในประเทศรายแรก ก็บอกกับประชาชนว่ามีการเริ่มแพร่ในประเทศ มีการให้ความรู้ทั้งทางโทรทัศน์ เอกสารเผยแพร่ อบรมอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ความรู้ป้องกันตัวเอง ส่วนความพร้อมในการรักษาก็พร้อมตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค ในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนก็หารือกับญี่ปุ่น เกาหลี ในเรื่องความร่วมมือด้านยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ แต่ถึงวันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าไม่สามารถใช้มาตรการสกัดกั้นโรคเหมือนกับโรคไข้หวัดนกได้ เพราะคนยังมีการไปมาหาสู่กันตลอดเววลา

“รู้สึก เสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยทั้ง 3 ราย จากการประชุมหารือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของสธ.ทุกคนไม่มีความสุขเพราะทำงาน เฝ้าระวังโรคตลอด 2 เดือน ยื้ออย่างที่สุดแล้วกลับมีผู้เสียชีวิต และคงไม่มีใครสนุกที่ต้องลุ้นว่าจะมีคนตายอีกหรือไม่ ดังนั้น หากใครวิจารณ์อะไรขอให้คิดถึงหัวอกคนที่ทำงาน ไม่ใช่อยู่บนหอคอยงาช้างแล้วได้แต่ตำหนิ หากมีอะไรที่บกพร่องควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้ขอให้เสนอมา ทั้งนี้ สธ.ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านการรักษาไม่แบ่งแยกทั้งโรงพยาบาลรัฐและ เอกชนอยู่แล้ว”นายวิทยากล่าว

นายวิทยากล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักระบาดวิทยาประเมินตัวเลขผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบว่าน่าจะมีตัวเลขของผู้ป่วยนอกระบบการตรวจรักษามากกว่านี้หลายเท่า เนื่องจากส่วนหนึ่งอาการไม่รุนแรงเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ก็หายได้เอง ทำให้บางรายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่2009 อย่างไรก็ตามหากเป็นหวัดมีอาการไอ หรือจามควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

ผู้ติดเชื้อหวัด 2009 เพิ่มอีก 84 รายเป็น 1,114 - ไข้หวัดใหญ่ 2009

at 1:05 PM

วันที่ 30 มิถุนายน 2552 11:06
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

สาธารณสุขระบุผู้ป่วยไข้หวัด 2009 เพิ่มอีก 84 ราย ทำยอดพุ่งเป็น 1,414 ราย แต่ยังคงยอดผู้เสียชีวิตที่ 3 ราย

นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ล่าสุดว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 84 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมเป็น 1,414 รายแล้ว โดย 1,390 ราย หายดีแล้ว เหลือเพียง 24 ราย ที่ยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่อยู่ที่ 3 ราย

"ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ ชิด หลังนายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงและมองว่าการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบผู้เสียชีวิตในประเทศเป็นเพราะการค้นหาที่ล่าช้า"

กทม.ยันครูตายเพราะปอดติดเชื้อไม่ใช่หวัด2009 - Influenza A(H1N1)

Monday, June 29, 2009 at 5:06 PM

วันที่ 29 มิถุนายน 2552 10:38
โดย : คมชัดลึก

กทม. ยัน ครู ร.ร.ประชานิเวศน์มัธยม ตายจากปอดติดเชื้อ ไม่ใช่ หวัด 2009 “มาลินี” วอนปชช. - หน่วยงานราชการ แจ้งข้อมูลหวัด 2009 กับ กทม. เพื่อคุมการแพร่ระบาด ปูพรมล้างวัด-โบสถ์-มัสยิดก่อนเข้าพรรษา รับมือหวัด2009 ปชป.โต้รบ.ไม่ปกปิดยอดผู้ป่วยหวัดอัดพท.หวังผลการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีครูโรงเรียนประชานิเวศน์ ฝ่ายมัธยม สังกัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เสียชีวิต โดยทางญาติคาดว่า จะเกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวมีเด็กนักเรียนติดเชื้อด้วยนั้น นางทยา ทีปสุวรรณ เปิดเผยว่าได้รับรายงานว่า หญิงคนดังกล่าวอายุ 35 ปี เสียชีวิตจากอาการปอดติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ หญิงคนดังกล่าว เป็นครูโรงเรียนประชานิเวศน์ฝ่ายมัธยม เข้ารักษาตัวตามแพทย์นัดเพื่อขูดมดลูก ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่แพทย์พบว่า มีอาการไอมาก จึงตรวจร่างกายเพิ่มพบว่า มีอาการปอดติดเชื้อ จึงให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ด้านนางกนกภรณ์ มีผลกิจ รองผู้อำนวยการโรงเรียนประชานิเวศน์ ฝ่ายมัธยม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ยืนยันว่าครูคนดังกล่าว เสียชีวิตจากอาการปอดติดเชื้อ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. มีอาการไอมากและได้ไปตรวจรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ของกทม. แพทย์ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 กระทั่งไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ครูคนดังกล่าวได้ไปพบแพทย์ที่รพ.รามาธิบดี ตามที่แพทย์นัดขูดมดลูก แต่พบว่ามีอาการไอมากจึงทำการรักษาอาการไอก่อน เพราะระบบหายใจขัดข้องต่อมาจึงทราบว่าเกิดการติดเชื้อที่ปอด และเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ เบื้องต้นแพทย์ได้ผ่าศพในวันนี้( 29 มิ.ย.) เพื่อนำผลชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ว่าเกิดจากเชื้ออะไร ส่วนศพของครูคนดังกล่าว ญาติได้มาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ชลบุรีแล้ว

“วันเดียวกันนี้ โรงเรียนเพิ่งเปิดเรียนเป็นวันแรกหลังจากพบเด็ก 1 คน ป่วยเป็นหวัดใหญ่ 2009 จำนวน 1 รายและสั่งหยุดทั้งโรงเรียน 1 สัปดาห์ ซึ่งเด็กคนดังกล่าวขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ครูยังไม่อนุญาตให้มาเรียน เนื่องจากแพทย์ยังให้หยุดเรียน 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด"

ส่วนการเฝ้าระวังโรคทางโรงเรียนได้เดินตรวจแถวเด็กนักเรียนหน้าเสาธง เพื่อสอบถามอาการต้องสงสัยติดเชื้อ ซึ่งแม้เด็กที่ไปพบแพทย์มาแล้ว แต่หากยังมีอาการไข้ไอจาม ก็จะส่งกลับบ้านเพื่อไปรักษาตัวทันที พร้อมทั้งตรวจเช็ดทำความสะอาดสิ่งของอุปกรณ์ที่เด็กต้องสัมผัสและใช้ร่วมกัน อาทิ ราวบันได ถาดอาหาร เป็นต้น

วันเดียวกัน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม.ได้เข้าเยี่ยมอาการป่วยจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ของหญิงวัย 57 ปี ที่รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาล ย่านฝั่งธนบุรี พร้อมเปิดเผยว่า อาการของคนไข้ดีขึ้นตามลำดับ ใช้เพียงเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เธอได้รับแจ้งจากเขตธนบุรีว่า โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี พบเด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทีมสอบสวนโรคของ กทม.ลงพื้นที่โรงเรียนตั้งสงสัยมีการแพร่เชื้อของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที

พญ.มาลินี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แม้ว่าอาการของโรคจะไม่รุนแรง แต่ประชาชนต้องเฝ้าระวังป้องกันตัวเองและคนใกล้ชิด ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดพบว่า มีอาการสงสัยว่า ติดเชื้อดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ หรืออย่าได้เกรงใจ ให้รีบแจ้งมาที่ กทม. เพื่อจะได้ส่งทีมแพทย์พยาบาลได้เข้าช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาอาการอย่างทันท่วงที และลดการเสียชีวิตด้วย

กทม.ปูพรมล้างวัด-โบสถ์-มัสยิดก่อนเข้าพรรษา รับมือหวัด2009

เมื่อ เวลา 10.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม. ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ร่วมเปิดตัวกิจกรรม รวมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม ในการรณรงค์ทำความสะอาดศาสนถานทุกแห่งในพื้นที่กทม.ที่วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร เขตธนบุรี ทั้งนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ศาสนสถานพื้นที่กทม. ได้แก่ วัดจำนวน 441 แห่ง มัสยิด จำนวน 175 แห่ง และโบสถ์คริสต์ จำนวน 70 แห่ง กทม. ได้ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดของกทม.ทุกพื้นที่เขต กว่า 10 , 000 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมทำความสะอาดศาสนสถาน สถานที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 และเพื่อทำความสะอาดพื้นที่ก่อนถึงวันเข้าพรรษา วันที่ 8 ก.ค. นี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวกทม. จะทำไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค. นี้

ส่วนสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่นั้น มรว.สุขุมพันธ์กล่าวว่า กทม.ได้ร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณะสุขอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ในต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงตนทราบว่า สำนักอนามัย กทม. จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณะสุขในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวให้กับ ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นคง ต้องพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มอาชีพเสี่ยงติดเชื้อ อาทิ คนขับแท็กซี่ คนขับรถโดยสารประจำทาง เป็นต้น

ปชป.โต้รบ.ไม่ปกปิดยอดผู้ป่วยหวัด2009 อัดพท.หวังผลการเมือง

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พรรคเพื่อไทยออกมาประนามการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่ารัฐบาลปกปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจตั้งแต่แรก ที่จะเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงให้ประชานได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จะสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ในขณะที่ต้องการให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง และตระหนักถึงวิธีการป้องกัน ซึ่งพูดมาตลอดว่า การป่วยและการเสียชีวิต ถือเป็นอุบัติการณ์ที่พบได้ และอยู่ตามเกณฑ์การเจ็บป่วยของไข้หวัดปกติ

“พรรคอยากตำหนิพรรคเพื่อไทยที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของบุคลากรสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้เป็นที่ปรึกษาทางด้านสาธารณสุขให้กับองค์กรอนามัยโลก อีกทั้งนักระบาดวิทยาและนักไวรัสวิทยา ของเมืองไทยนั้น เป็นที่ยอมรับของวงการสาธารณสุขนานาชาติ เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำการทำงานของข้าราชการประจำ ที่ทำงานเต็มความสามารถมาโจมตีเพียงเพื่อหวังอิงกระแสไข้หวัด 2009 โดยหวังผลทางการเมือง และขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องมากกว่าที่จะหวัง ผลทางการเมือง

ไทยตายแล้ว3 ล่าสุดทหารเรือ สังเวยไข้หวัด09 - Influenza A(H1N1)

at 2:10 PM

โดย ไทยรัฐออนไลน์
29 มิถุนายน 2552, 13:15 น.

กระทรวง สาธารณสุข เผยในวันนี้ มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 อีก 1 รายเป็นเพศชายอายุ 21 ปี เป็นรายที่ 3 ของประเทศ ยันมาตรฐานการรักษาของไทยอยู่ในระดับสากล เปรียบเทียบอัตราเสียชีวิตแล้ว ไทยยังต่ำ

วันนี้ (29 มิ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดรัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นชายอายุ 21 ปี เริ่มป่วยวันที่ 17 มิถุนายน 2552 เสียชีวิตในเช้าวันนี้ จัดเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ของประเทศ ส่วนในรายละเอียดนั้น จะให้กองทัพเรือแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป โดย ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะส่งพวงหรีดไปเคารพศพและแสดงความเสียใจกับญาติ และศพวิศวกรที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้ด้วย

นาย วิทยา กล่าวต่อว่า ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่เดือนเมษายน-29 มิถุนายน 2552 ทั้งหมด 1,330 คน หายป่วยแล้ว 1,309 คน ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 18 คน และในวันนี้ได้รับรายงานผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการเพิ่ม 41 คน เป็นนักเรียน 29 ราย ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 คน อยู่ระหว่างติดตามรายละเอียด 8 คน ได้สั่งการกำชับให้กรมการแพทย์จัดประชุมเรื่องมาตรการการรักษาผู้ป่วยในบ่าย วันนี้และจะขอให้คณะแพทย์จากทบวงมหาวิทยาลัย และผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขทุกเขต มาร่วมประชุม เพื่อจัดส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปให้การสนับสนุนโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 นอนรักษา เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

นาย แพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อาการความรุนแรงของป่วยหลังติดเชื้อไข้หวัด2009 ขึ้นอยู่กับความต้านทานของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งไม่เท่ากัน เรื่องการรักษากระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ระบบการดูแลตามมาตรฐานสากล ต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจทีมแพทย์พยาบาลทุกคนได้ให้การดูแลผู้ป่วย ทุกรายอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกคนล้วนตั้งใจดูแลให้ผู้ป่วยหายป่วย ไม่มีใครอยากให้เสียชีวิต

ด้าน รศ. นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมการแพทย์ กล่าวว่า อัตราผู้เสียชีวิตหลังป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ของไทย ขณะนี้มีพันละ 2 คน หมายถึงป่วยทุก 1000 คนจะเสียชีวิต 2 คน ซึ่งยังต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา มีพันละ 4 คน หมายถึงในผู้ป่วยทุก 1,000 คนจะเสียชีวิต 4 คน เมื่อประเมินสถานการณ์ทั่วโลก จากประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 109 ประเทศ จำนวนผู้ป่วย 59,814 คน มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 263 คน ใน 13 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโกเสียชีวิต 116 คนจากผู้ป่วย 8,279 คน สหรัฐอเมริกา 87 คนจากผู้ป่วย 21,449 คน แคนาดา 19 คนจากผู้ป่วย 6,732 คน อาร์เจนตินา 21 รายจากผู้ป่วย 1,391 คน ชิลี 7 รายจากผู้ป่วย 5,186 คน ออสเตรเลีย 3 คนจากผู้ป่วย 3,280 คน โคลัมเบีย 2 คนจากผู้ป่วย 72 คน กัวเตมาลา 2 คนจากผู้ป่วย 254 คน อังกฤษ 1 คนจากผู้ป่วย 3597 คน ฮอนดูรัส 1 คนจากผู้ป่วย 118 คน ฟิลิปปินส์ 1 คนจากผู้ป่วย 445 คน คอสตาริกา 1 คนจากผู้ป่วย 222 คน และไทยเสียชีวิต 3 คนจากผู้ป่วย 1,330 คน

นาย แพทย์ทวี กล่าวถึงโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัส เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ยาที่ใช้ขณะนี้คือโอเชลทามีเวียร์ เป็นยาที่จะลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสในร่างกายให้ลดลง อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก มีข้อแนะนำการใช้ยาต้านไวรัสดังกล่าว โดยใช้ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น มีปัญหาปอดอักเสบ ไข้สูง ตลอด2-3 วัน เหนื่อยหอบ เพลียมาก ซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ แต่ในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง เช่น มีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว อาการจะทุเลาได้เอง แต่จะต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ คือไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสร้างระบบภูมิต้านทานต่อเชื้อ โดยธรรมชาติ ให้งดสูบบุหรี่และงดเที่ยวกลางคืน งดดื่มสุรา แต่หากปฏิบัติแล้วไข้ยังสูง ภายใน 2-3 วันหลังป่วย หรือมีอาการไอมากขึ้น เหนื่อยหอบ เพลียมาก แสดงถึงอาจมีโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะปอดบวม ให้มาพบแพทย์ด่วน

ล่า สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ล่าสุดมีคนไทยผู้เสียชีวิต 3 รายว่า ตนกำลังสอบถามกรณีที่เสียชีวิตทุกกรณีแล้วว่ามีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง แต่ตนพยายามย้ำคือ 1.ทุกคนที่มีอาการต้องรีบไปหาหมอเพราะถ้าเป็นไปข้ 3-4 วันแล้วการรักษาจะยากกว่า 2.กลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรือกรณีที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ และ3.กำลังตรวจสอบว่าการทดสอบว่าเป็นหวัดสายพันธุ์2009 หรือไม่นั้นทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์อาจจะมีผลทำให้การวินิจฉัยและการให้ยาไม่ ตรง อย่างไรก็ตามทางกระทรวงสาธารณสุขได้ให้แนวปฏิบัติกับโรงพยาบาลทุกโรง พยาบาลคงจำเป็นต้องเชื่อมโยงให้กระชับมากขึ้น และต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติต่างๆต้องทำให้หนักขึ้น

“ ขณะนี้โดยเฉลี่ยจากรายงานวันหนึ่งเพิ่มมาประมาณ 80-90 ราย การไล่ตามตรวจอาจจะเป็นไปได้ที่ไม่ทั่วถึง และหลายประเทศที่ตัวเลขคนติดเชื้อเข้าสู่แบบที่เราเป็นอยู่ ก็จะเจอแบบเดียวกัน บางประเทศก็เลิกติดตามด้วยซ้ำเพราะถือว่าเป็นโรคธรรมดา เพราะอัตราการเสียชีวิตใกล้เคียงไข้หวัดใหญ่ตามปกติ แต่เนื่องจากหวัด 2009 คนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ต้องย้ำว่าใครมีอาการขอให้รีบไปรับการรักษาจากหมอ แต่นโยบายของรัฐบาลเรายังไม่เลิกติดตามสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top