สธ.จับมือไลออนส์สากล โรตารีสากล เพิ่มเครือข่ายกว่า 20,000 คนร่วมควบคุมไข้หวัดใหญ่ 2009 - ไข้หวัดใหญ่ 2009

Tuesday, September 1, 2009 at 1:52 PM

กระทรวงสาธารณสุขจับมือสโมสรไลออนส์สากลและสโมสรโรตารีสากล ร่วมเป็นเครือข่ายควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 มั่นใจจากนี้ไป เครือข่ายกว่า 20,000 คนจะสามารถกระตุ้นให้คนไทยนับล้านคนทั่วประเทศตื่นตัวป้องกันโรคมากขึ้น ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผ...
กระทรวงสาธารณสุขจับมือสโมสรไลออนส์สากลและสโมสรโรตารีสากล ร่วมเป็นเครือข่ายควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 มั่นใจจากนี้ไป เครือข่ายกว่า 20,000 คนจะสามารถกระตุ้นให้คนไทยนับล้านคนทั่วประเทศตื่นตัวป้องกันโรคมากขึ้น ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยความคืบหน้าอาการหลวงพ่อคูณล่าสุด เช้าวันนี้อาการดีขึ้น ไข้ลดลงแล้ว

วันนี้ (14 สิงหาคม 2552) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วยนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ประชุมร่วมกับผู้ว่าการภาคสโมสรไลออนส์สากล และผู้ว่าการภาคสโมสรโรตารีสากล และคณะ ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิชาชีพภาคเอกชนที่มีศักยภาพสูง เพื่อประสานพลังความร่วมมือแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังระบาดในประเทศไทย

นายวิทยากล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จะสำเร็จได้โดยความร่วมมือของทุกองค์กรและประชาชนทุกคน เพราะโรคนี้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่คนทั่วโลกยังไม่มีภูมิต้านทานโรค จึงติดต่อกันง่าย และยังไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประชาชนมีความเสี่ยงติดเชื้อเท่ากัน ขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อทั้ง 76 จังหวัด มีคนป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ วันละประมาณ 15,000 คน โดยพบในเขตเมือง เขตเทศบาล คาดว่าการระบาดระลอกแรกของไทยจะยาวไปถึงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า และระลอก 2 อาจเป็นฤดูฝนปีหน้า ดังนั้นจึงต้องวางแผนป้องกันควบคุมให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะในเขตชนบทซึ่งขณะนี้โรคยังไปถึงไม่มาก กระทรวงสาธารณสุข จะขอความร่วมมือทุกฝ่ายตรึงกำลังเพื่อให้ประชาชนในเขตชนบทปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยให้อสม.กว่า 900,000 คน รณรงค์ป้องกันและค้นหาผู้ป่วยสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อลดการป่วย ลดการตายให้เหลือน้อยที่สุด และเร่งระดมความร่วมมือจากภาคประชาชนร่วมหยุดยั้งการแพร่ระบาดโรคให้มีคนป่วยน้อยที่สุด

นายวิทยากล่าวต่อว่า ผลการประชุมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้ง 2 สโมสร ซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศมีสมาชิกกว่า 20,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ โดยวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความรู้ และแสวงหาความร่วมมือกับตัวแทนทั้ง 2 สโมสร และได้เปิดช่องทางการประสานงาน ในต่างจังหวัดให้ประสานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในส่วนกลางประสานที่นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในการให้ความรู้ สนับสนุนวิทยากร และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ตั้งเป้าภายใน 1 เดือน โรตารีกับไลออนส์สากลทั่วประเทศ จะมีการฝึกอบรมโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และเริ่มกระจายความรู้ไปสู่ประชาชนพร้อมๆ กันนับล้านคน

นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมาเมื่อวานนี้ว่า ผลการตรวจเอ็กซเรย์สมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์พบว่าปกติ จากการตรวจวินิจฉัยของแพทย์คาดว่าสาเหตุที่มีอาการเบลอ จำคนไม่ได้น่าจะเกิดจากการพักผ่อนน้อย อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์กิน 5 วันเริ่มตั้งแต่วานนี้ เนื่องจากมีไข้ และจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงคืออายุมาก มีโรคประจำตัวหลายโรคทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ วันนี้หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น ไข้ลดลงเนื่องจากได้พักผ่อนมากขึ้น

*************************************** 14สิงหาคม 2552

สธ.แจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ชาวไทยมุสลิมที่ร่วมพิธีฮัจย์ ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 - ไข้หวัดใหญ่ 2009

at 1:52 PM

กระทรวงสาธารณสุข แจกหน้ากากอนามัย 50,000 ชิ้น เจลล้างมือจำนวน 100,000 หลอด ให้พี่น้องไทยมุสลิมกว่า 16,000 คน เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ระหว่างแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ปลายปี 2552-มกราคม 2553 และจัดระบบติดตามสุขภาพหลัง...


กระทรวงสาธารณสุข แจกหน้ากากอนามัย 50,000 ชิ้น เจลล้างมือจำนวน 100,000 หลอด ให้พี่น้องไทยมุสลิมกว่า 16,000 คน เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ระหว่างแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ปลายปี 2552-มกราคม 2553 และจัดระบบติดตามสุขภาพหลังกลับสู่ไทยต่อเนื่อง 15 วัน พร้อมให้อสม.และหน่วยพยาบาลไทยดูแลสุขภาพเต็มที่ โดยสำรองยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ 5,000 เม็ด

เช้าวันนี้(16 กรกฎาคม 2552)ที่โรงแรมเจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการเพื่อสุขภาพ นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และคณะ เปิดอบรมความรู้ให้แซะห์หรืผู้นำกลุ่ม ให้เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขฮัจย์(อสม.ฮัจย์)ประจำปี 2552 จำนวน 200 คน เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำการดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญฯ ที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในช่วงปลายปี 2552 ถึงเดือนมกราคม 2553 ทำงานร่วมกับหน่วยแพทย์พยาบาลไทย เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยมอบกระเป๋ายาพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้อสม.ด้วย

นายวิทยา กล่าวว่า ทุกปีจะมีชาวมุสลิมจากทั่วโลกรวมทั้งพี่น้องชาวไทยมุสลิม เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียกว่า 3 ล้านคน และในปี 2552 นี้ ได้มีผู้แจ้งความประสงค์จะไปประกอบพิธีฮัจย์แล้วกว่า 16,000 คน การที่ผู้คนจำนวนมากไปอยู่รวมกันในสถานที่จำกัด เป็นเวลานานถึง 2-6 สัปดาห์ อาจทำให้มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ที่สำคัญคือโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลซึ่งพบมากเป็นอันดับ 1 ทุกปี และโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้วางแผนดูแลสุขภาพพี่น้องไทยมุสลิม ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ โดยฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้ทุกคนฟรีก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยหรือหากป่วยอาการก็จะไม่รุนแรง ส่วนไข้หวัดใหญ่2009 ได้สั่งการให้สำนักงานควบคุมป้องกันโรคเขต 12 จังหวัดสงขลา แจกคู่มือประชาชนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่2009 ให้คนละ 1 เล่ม แจกเจลล้างมือ 100,000 หลอด พร้อมหน้ากากอนามัยชนิดกระดาษให้อย่างน้อยคนละ 3 ชิ้น และสนับสนุนให้พี่น้องไทยมุสลิมจัดเตรียมหน้ากากอนามัยชนิดผ้าอย่างน้อย 7 ชิ้น ซึ่งหลังใช้แล้วสามารถนำมาซักและใช้ซ้ำอีกได้ เนื่องจากต้องอยู่นานหลายสัปดาห์ โดยมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จัดระบบติดตามเฝ้าระวังสุขภาพภายหลังพี่น้องไทยมุสลิมเดินทางกลับไทย เป็นเวลา 15 วัน

ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขไทยได้จัดส่งหน่วยแพทย์พยาบาลไทยจำนวน 2 ทีม ไปให้การดูแลสุขภาพพี่น้องไทยมุลสิมฟรีตลอดพิธีแสวงบุญ โดยได้สำรองยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างต่ำ 5,000 เม็ดไปด้วย และสามารถจัดส่งได้อีกตามความจำเป็นโดยผู้แสวงบุญหากมีโรคประจำตัว และมีอาการของไข้หวัด ต้องรีบแจ้งผู้ดูแลกลุ่มหรือแซะห์ทันที เพื่อประสานการรักษากับหน่วยพยาบาลไทยไปพบแพทย์ทันที โดยขอให้ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดด้วย และในระหว่างที่ประกอบพิธีฮัจย์ขอให้ระมัดระวัง รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้มีอาการไข้หวัด หมั่นล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก หรือเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด
************************************** 16 สิงหาคม 2552
Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top