รองนายกฯ สนั่นตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคตั้งเครื่องตรวจวัดไข้ทำงานเต็มพิกัด - Health News, H1N1 2009

Saturday, May 2, 2009 at 8:30 PM

รองนายกฯ สนั่น ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรค ตั้งเครื่องตรวจวัดไข้ ทำงานเต็มพิกัด 6 จุด 24 ชั่วโมง ตรวจผู้โดยสารขาเข้าแล้ว เกือบ 2 แสนคน ไม่พบผิดปกติ

# รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขติดตั้งเครื่องวัดไข้อัตโนมัติ 6 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มพิกัด 24 ชั่วโมง ผลการตรวจผู้โดยสารขาเข้าทุกเที่ยวบิน ในรอบ 5 วันที่ผ่านมา ทั้งหมด 181,713 คน พบอุณหภูมิสูงกว่าปกติ 31 คน ตรวจซ้ำโดยแพทย์พบมีไข้ 1 คน ส่งสังเกตอาการที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร พบไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้หายดี กลับบ้านแล้ว

วันนี้ (2 พฤษภาคม 2552) พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ. มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดูระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจคนไทย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ

นายมานิต กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าสู่ประเทศไทยขั้นสูงสุด โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดไข้ด้วยระบบอินฟราเรด (Infrared Thermo Scan) ทั้งหมด 6 จุด เน้นหนักที่จุดตรวจด้านตะวันตก ทางฝั่งสะพานข้ามจากอาคารเทียบเครื่องบินไปยังอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นจุดทางเข้าใหญ่ที่สุด มีเจ้าหน้าที่ประจำการจุดละ 5 คน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ผลการตรวจผู้โดยสารขาเข้าทุกเที่ยวบิน ในรอบ 5 วันที่ผ่านมา ทั้งหมด 181,713 คน พบอุณหภูมิสูงกว่าปกติ 31 คน วัดอุณหภูมิซ้ำและตรวจเพิ่มเติมโดยทีมแพทย์พยาบาล พบมีไข้ 1 คน ส่งสังเกตอาการที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ผลการตรวจโดยละเอียดไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้กลับบ้านแล้ว

ทั้งนี้ ได้จัดรถพยาบาลประจำการพร้อมที่จะนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายต้องเฝ้า ระวังต่อ 3 คันตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลบำราศนราดูร และรพ.เครือข่ายอีก 10 แห่ง ไว้รองรับการตรวจสอบเพื่อแยกโรค หากอาการเข้าข่ายจะให้นอนห้องแยกและรักษาทันที หากไม่เข้าข่ายจะติดตามอาการต่อเนื่อง 14 วัน นอกจากนี้ยังได้เตรียมประสานโรงพยาบาลที่อยู่รอบสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อจัด รถรับผู้ป่วยเพิ่มเติมได้อีก

นายมานิตกล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือผู้โดยสารขาเข้าทุกคน รวมทั้งนักบิน และลูกเรือสายการบินต่างๆ ให้ใช้ช่องทางขาเข้าที่ผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ครอบคลุมผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคน กระทรวงสาธารณสุขจะประสานขอความร่วมมือสายการบินให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน

ทางด้านนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการแจ้งเตือนผู้โดยสารขาเข้าทุกเที่ยวบิน กระทรวงสาธารณสุขได้แจกเอกสารคำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนเข้าประเทศ ให้พนักงานแจ้งประกาศบนเครื่องบินก่อนลงที่สนามบินทุกแห่ง และแจกเอกสาร ต.8 ซึ่งเป็นแบบสอบถามสุขภาพผู้เดินทางมาจากแหล่งระบาดของโรคตามกฎอนามัยระหว่าง ประเทศ ให้ผู้โดยสารกรอกประวัติทุกคน และแจกบัตรคำเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) ให้ผู้โดยสารที่ผ่านการตรวจเครื่องวัดอุณหภูมิทุกคนไว้สังเกตอาการตนเอง ระหว่างพำนักในไทยเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามตัว ให้พบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางในรอบ 14 วัน ขณะนี้เตรียมสำรองไว้แล้ว 1 ล้านใบ

*****************************2 พฤษภาคม 2552

ไข้หวัด 2009 ไทยเปลี่ยนชื่อหวัดมรณะ 'ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่2009' - Health News, H1N1 2009

at 8:49 AM

ศูนย์ฯควบคุมไข้หวัดใหญ่ ของไทยประชุมสรุปใช้ชื่อ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ให้ง่ายต่อการสื่อสาร เผย18คนไทยในเม็กซิโกขอกลับไทย 3 พ.ค.

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังประชุมศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไข สถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง เรื่องชื่อการเรียกไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก หลังองค์การอนามัยโลก ได้เปลี่ยนชื่อเรียกเช้านี้ ว่า “ไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ H1N1” โดยที่ประชุมให้สรุปใช้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ 2009H1N1” และมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้ง่ายแก่การสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่สาธารณะ

นพ.ไพจิตร กล่าวด้วยว่า จำนวนคนไทยในเม็กซิโกที่แสดงความจำนงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านกระทรวงการ ต่างประเทศ มีเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 18 ราย ซึ่งมีทั้งนักเรียนทุนเอเอฟเอส และอาสาสมัครอีกบางส่วน ทั้งนี้ จะเดินทางกลับวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 23.00 น. โดยกระทรวงสาธารณสุข จะเตรียมทีมแพทย์ไปตรวจร่างกาย หากพบว่าร่างกายเป็นปกติจะให้กลับไปเฝ้าระวังที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ขณะที่ต้องติดต่อกับกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน หากกรณีมีไข้หรือเจ็บป่วยน่าสงสัย จะนำรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลบำราศนราดูรมารับเข้าตรวจดูอาการ และแยกคัดกรองผู้ป่วย

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน 10 ประเทศ + 3 ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี จะหารือในกรอบหลักคือแนวทางการป้องกันและวินิจฉัยโรคให้เป็นมาตรฐานการ ป้องกันการระบาดและการรักษา การคิดค้นผลิตยาและวัคซีนร่วมกัน นอกจากนี้ จะมีการพูดคุยถึงการสำรองยา ซึ่งขณะนี้มีสตอกยาอาเซียนอยู่ที่สิงคโปร์แล้ว
Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top