"ม.เกษตร" จวกกลับ สมศ.ประเมินพลาดเรื่องการแบ่งกลุ่มอายุมหา'ลัย บ่นอุบจัดตั้งวิทยาเขตเยอะตามนโยบายรัฐบาล ไม่ได้ทั้งเงิน ไม่ได้ทั้งกล่อง แถมเสียชื่อ นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 ระดับอุดมศึกษาของ สมศ. ซึ่ง ม.เกษตร และ ม.ศิลปากร และ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ...
วันที่ 19 กันยายน 2552 - 00:00
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
"ม.เกษตร" จวกกลับ สมศ.ประเมินพลาดเรื่องการแบ่งกลุ่มอายุมหา'ลัย บ่นอุบจัดตั้งวิทยาเขตเยอะตามนโยบายรัฐบาล ไม่ได้ทั้งเงิน ไม่ได้ทั้งกล่อง แถมเสียชื่อ
นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 ระดับอุดมศึกษาของ สมศ. ซึ่ง ม.เกษตร และ ม.ศิลปากร และ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ มีผลการประเมินสาขาวิชาที่เป็นต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยไม่ค่อยดีนักว่า สมศ.ประเมินโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 ม.เกษตรเห็นด้วยที่จะต้องมีการประเมิน แต่คิดว่าการประเมินของ สมศ.ยังพลาดเรื่องการแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยตามอายุการก่อตั้ง ซึ่ง ม.เกษตรมีทั้งหมด 4 วิทยาเขต แต่ละวิทยาเขตมีอายุการก่อตั้งต่างกัน เช่น วิทยาเขตบางเขนตั้งมา 60 กว่าปี กำแพงแสนตั้งมา 30 กว่าปี ซึ่งอายุที่ต่างกันผลการดำเนินงานย่อมต่างกันไปด้วย แต่ สมศ.ประเมินภาพรวมโดยนำคะแนนทุกวิทยาเขตมารวมกันทำให้ภาพรวมของเกษตรต่ำลง
ส่วนที่บอกว่ามหาวิทยาลัยขยายสาขามากเกินไปนั้นขอชี้แจงว่า ม.เกษตรมีวิทยาเขตมากที่สุดจริง คือ มี 4 วิทยาเขต 25 คณะ แต่การเปิดวิทยาเขตในต่างจังหวัดเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นซึ่งไม่มีมหาวิทยาลัยไหนยอมไปเปิด
"ผมขอถามว่าต่อไปใครจะกล้าไปเปิดสอนในต่างจังหวัด เพราะถ้าเปิดไปหากมีการประเมินก็ต้องถูกนำมาหารรวมเฉลี่ย ทำให้ผลการประเมินออกมาไม่ดี เรียกว่าไม่ได้ทั้งเงินไม่ได้ทั้งกล่องต่อไปใครจะอยากทำ" อธิการบดี ม.เกษตรกล่าว
ศ.ดร.สุรพล นิติไกพจน์ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การประเมินของ สมศ.ถือว่าเป็นการประเมินในภาพรวม ซึ่ง มธ.ก็ได้ผลได้การประเมินในระดับดีมาก แต่เมื่อแยกเป็นตามกลุ่มสาขาวิชาแล้วผลการประเมินกลับไม่ได้ระดับดีมากในกลุ่มสาขาที่เป็นกำเนิด เช่น นิติศาสตร์ หรือนิเทศศาสตร์ นั้นเป็นเพราะ มธ.มีคณะใหม่เกิดขึ้น ทำให้คะแนนเฉลี่ยภาพรวมต่ำลง อีกทั้งคณะที่เปิดใหม่เหล่านี้ไม่ใช่จะเปิดขึ้นเพื่อหาเงินแต่เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังต่างจังหวัด
"สำหรับการประเมินของ สมศ.นั้นส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว แต่สิ่งที่อยากแนะนำคืออยากให้แยกกลุ่มประเมินระหว่าง ม.รัฐ และ ม.เอกชน ซึ่งคิดว่าไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะ ม.รัฐต้องทำตามพันธกิจหลายอย่าง" ศ.ดร.สุรพลกล่าว
ด้าน ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี มศว. กล่าวว่า ยอมรับผลการประเมินของ สมศ. เพราะที่ผ่านมา มศว.เองก็รู้ตัวว่าเรามีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในคณะศึกษาศาสตร์ จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และ มศว.มีเป้าปรับปรุงหลักสูตรทุกๆ 5 ปี และอีก 1-2 ปี เป้าหมายยืนอยู่ในระดับแนวหน้าการผลิตบัณฑิตและวิจัย. (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
"ม.เกษตร" จวกกลับ สมศ.ประเมินพลาดเรื่องการแบ่งกลุ่มอายุมหา'ลัย บ่นอุบจัดตั้งวิทยาเขตเยอะตามนโยบายรัฐบาล ไม่ได้ทั้งเงิน ไม่ได้ทั้งกล่อง แถมเสียชื่อ
นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 ระดับอุดมศึกษาของ สมศ. ซึ่ง ม.เกษตร และ ม.ศิลปากร และ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ มีผลการประเมินสาขาวิชาที่เป็นต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยไม่ค่อยดีนักว่า สมศ.ประเมินโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 ม.เกษตรเห็นด้วยที่จะต้องมีการประเมิน แต่คิดว่าการประเมินของ สมศ.ยังพลาดเรื่องการแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยตามอายุการก่อตั้ง ซึ่ง ม.เกษตรมีทั้งหมด 4 วิทยาเขต แต่ละวิทยาเขตมีอายุการก่อตั้งต่างกัน เช่น วิทยาเขตบางเขนตั้งมา 60 กว่าปี กำแพงแสนตั้งมา 30 กว่าปี ซึ่งอายุที่ต่างกันผลการดำเนินงานย่อมต่างกันไปด้วย แต่ สมศ.ประเมินภาพรวมโดยนำคะแนนทุกวิทยาเขตมารวมกันทำให้ภาพรวมของเกษตรต่ำลง
ส่วนที่บอกว่ามหาวิทยาลัยขยายสาขามากเกินไปนั้นขอชี้แจงว่า ม.เกษตรมีวิทยาเขตมากที่สุดจริง คือ มี 4 วิทยาเขต 25 คณะ แต่การเปิดวิทยาเขตในต่างจังหวัดเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นซึ่งไม่มีมหาวิทยาลัยไหนยอมไปเปิด
"ผมขอถามว่าต่อไปใครจะกล้าไปเปิดสอนในต่างจังหวัด เพราะถ้าเปิดไปหากมีการประเมินก็ต้องถูกนำมาหารรวมเฉลี่ย ทำให้ผลการประเมินออกมาไม่ดี เรียกว่าไม่ได้ทั้งเงินไม่ได้ทั้งกล่องต่อไปใครจะอยากทำ" อธิการบดี ม.เกษตรกล่าว
ศ.ดร.สุรพล นิติไกพจน์ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การประเมินของ สมศ.ถือว่าเป็นการประเมินในภาพรวม ซึ่ง มธ.ก็ได้ผลได้การประเมินในระดับดีมาก แต่เมื่อแยกเป็นตามกลุ่มสาขาวิชาแล้วผลการประเมินกลับไม่ได้ระดับดีมากในกลุ่มสาขาที่เป็นกำเนิด เช่น นิติศาสตร์ หรือนิเทศศาสตร์ นั้นเป็นเพราะ มธ.มีคณะใหม่เกิดขึ้น ทำให้คะแนนเฉลี่ยภาพรวมต่ำลง อีกทั้งคณะที่เปิดใหม่เหล่านี้ไม่ใช่จะเปิดขึ้นเพื่อหาเงินแต่เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังต่างจังหวัด
"สำหรับการประเมินของ สมศ.นั้นส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว แต่สิ่งที่อยากแนะนำคืออยากให้แยกกลุ่มประเมินระหว่าง ม.รัฐ และ ม.เอกชน ซึ่งคิดว่าไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะ ม.รัฐต้องทำตามพันธกิจหลายอย่าง" ศ.ดร.สุรพลกล่าว
ด้าน ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี มศว. กล่าวว่า ยอมรับผลการประเมินของ สมศ. เพราะที่ผ่านมา มศว.เองก็รู้ตัวว่าเรามีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในคณะศึกษาศาสตร์ จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และ มศว.มีเป้าปรับปรุงหลักสูตรทุกๆ 5 ปี และอีก 1-2 ปี เป้าหมายยืนอยู่ในระดับแนวหน้าการผลิตบัณฑิตและวิจัย. (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)