กระแสทีวีรายการหนึ่งทำให้ผู้คนหันมาตื่นตัวกันเรื่องเมาๆ มากขึ้น แต่ไม่ได้ตื่นตัวในเรื่องเลิก แต่เป็นเมาอย่างไรไม่ให้จับได้มากกว่าเมื่อดูอาหารชนิดที่ว่ากันว่ากินแล้ว ทำให้ตำรวจตรวจแอลกอฮอล์ไม่พบนั้น ดูไปก็เหมือนกับการเอาพลาสติกใสไปเคลือบปากลิ้นไว้ไม่ให้อัลกอฮอล์ ที่มันตกค้างอยู่ในกายระเหยออกมาข้างนอกมากกว่า โดยรวมความก็คือยังเมาแประอยู่นั่นเอง...
วันที่ 13 กันยายน 2552 04:00
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
กระแสทีวีรายการหนึ่งทำให้ผู้คนหันมาตื่นตัวกันเรื่องเมาๆ มากขึ้น แต่ไม่ได้ตื่นตัวในเรื่องเลิก แต่เป็นเมาอย่างไรไม่ให้จับได้มากกว่า
เมื่อดูอาหารชนิดที่ว่ากันว่ากินแล้ว ทำให้ตำรวจตรวจแอลกอฮอล์ไม่พบนั้น ดูไปก็เหมือนกับการเอาพลาสติกใสไปเคลือบปากลิ้นไว้ไม่ให้อัลกอฮอล์ ที่มันตกค้างอยู่ในกายระเหยออกมาข้างนอกมากกว่า โดยรวมความก็คือยังเมาแประอยู่นั่นเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นนวัตกรรมที่น่ากลัวขึ้นหรือเปล่า
แต่ถ้าไม่อยากเมา แต่จำเป็นต้องไปงานสังคม หรือเผลอใจไปเมาโดยไม่ตั้งใจแล้วต้องมานั่งทนทุกข์ทรมาน กับอาการแฮงค์โอเวอร์ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “เมาค้าง” ก็มีวิธีที่จะช่วยดับได้ไม่ยากนัก แถมเป็นมรรควิธีที่เสริมสุขภาพดีแบบยั่งยืนด้วย เพราะบางทีแค่การจิบเครื่องดื่มแก้เมาค้าง อาจไม่ได้ช่วยไล่อาการได้เสมอไปครับ
ใช้ชีวิตอย่างไรไม่ให้เมาค้าง
สิ่งที่เป็นอมตธรรมสำหรับเรื่องเมาก็คือ ถ้าไม่อยากเมาค้างก็จงอย่าดื่มเหล้า ฟังดูง่ายแต่ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปเพราะในชีวิตที่ต้องว่ายวนอยู่ในสังคม เราก็คงต้องไปงานชุมนุมศิษย์เก่า งานแต่ง งานเลี้ยงรับปริญญาและงานสมาคมอะไรต่อมิอะไรมากมายสุดแล้วแต่จะจินตนาการขึ้นมาได้
การเลี่ยงดื่มในงานเหล่านี้ ถ้าใครทำได้ก็ดุจจะมีคุณอันวิเศษในตัวทีเดียว ดังนั้นจึงอยากให้เคล็ดสำหรับเตรียมตัวไว้ในท่านที่ไม่อยากดื่ม แต่คิดว่าอาจเลี่ยงไม่ได้ ดังนี้ครับ
1) นอนพักให้พอและอย่าออกกำลังหนักก่อนเข้างาน จะทำให้ไม่กระหายอัลกอฮอล์มากนัก
2) กินโปรตีนสักนิดรองท้องไว้ เช่นแซนวิชทูน่าหรือแม้แต่ปลาเส้นสักกำมือหนึ่งจะช่วยไม่ให้อัลกอฮอล์ดูดซึมเร็วนัก
3) ระหว่างดื่มให้กินกับไปด้วย จะทำให้ไม่เปลืองเหล้าแต่อาจเปลืองกับแทน
4) ดื่มน้ำให้เยอะแล้วปัสสาวะบ่อยๆ ตรงไปตรงมาเพราะว่าอัลกอฮอล์จะได้ถูกขับออกมาโดยเร็ว
สี่ข้อนี้จะช่วยให้ท่านป้องกันตัวเองและตับไว้ไม่ให้ต้องทำงานโอทีโดยไม่จำเป็น เพราะงานเลี้ยงถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งของร่างกาย คงจะไม่ค่อยดีนักถ้าเราได้พักแล้วยังปล่อยให้ตับต้องทำงานหนักอยู่อย่างโดดเดี่ยวครับ
เมนูลับดับเมาค้าง
นับแต่เริ่มมีเมรัยมาอาการเมาค้าง ถือเป็นสิ่งที่คู่กันแม้คนที่ถือว่าคอเหล็กคอแป๊บที่สุด ก็ยังต้องเคยมีประสบการณ์เมาค้างให้รำคาญใจ โดยเฉพาะในวันจันทร์ที่เริ่มทำงานนั้น เป็นเรื่องไม่สนุกเลยที่จะต้องเดินเพลียเข้าที่ทำงาน จึงอยากนำเมนูแก้เมาค้างง่ายๆ และเติมสุขภาพให้ตัวท่านได้มาฝากไว้ ดังนี้ครับ
1) ไข่ตุ๋นและซุปไก่ 2) น้ำส้ม มะนาว กระเจี๊ยบ เกรปฟรุต 3) ชารางจืด 4) กล้วยหอมน้ำผึ้งเชค
ในไข่ตุ๋นกับซุปไก่นั้นจะมีกรดอะมิโนชื่อ “ซิสเทอีน(Cysteine)” อยู่ช่วยลดระคายคอและพบว่าช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ด้วย ขอให้กินร้อนๆด้วยได้ก็จะยิ่งดีครับ
ส่วนน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจับใจนั้นใช้ได้ดีมากทีเดียวครับเพราะวิตามินซีมีผลในการช่วยลดเมาค้างได้ดีมาก ถ้าหาน้ำผลไม้ไม่ได้จริงอาจไปหลังครัวหยิบมะขามเปียกมาสักสิบฝักต้มน้ำเติมน้ำตาลสักนิดก็ดีไม่น้อยครับ
ดังนั้น ข้างโถยาดองที่ท่านวางจานมะขามเปียกกับมะยมไว้ให้จิ้มเกลือเม็ด ให้น้ำลายพุ่งออกจากกระพุ้งแก้มเล่นนั้น มันช่วยตัดเหล้าได้จริงทีเดียวครับ ส่วนรางจืดนั้นเป็นว่านหน้าตาคล้ายใบพลูที่เลี้อยเกาะระแนงไม้ บ้านผมก็มีไม่ได้มีราคาแพงหรือหายากเลยครับ เอาใบรางจืดมาตากแดดไว้แล้วชงดื่มสักหน่อยรับรองว่าเมาค้างจะหายเป็นปลิดทิ้ง
หรืออย่างกล้วยหอมน้ำผึ้งปั่นนั้นช่วยได้มากตรงที่กล้วยหอมมีธาตุร่าเริงอยู่ในเนื้อมัน กินไปมากๆจะช่วยให้สมองสดชื่นมีพลัง และคนที่ความดันสูงก็จะลดลงได้ด้วยฤทธิ์ธาตุโพแทสเซียมที่มีอยู่ด้วย พอผนวกเข้าไปกับน้ำผึ้งซึ่งมีน้ำตาลฟรุกโตสแล้วก็ยิ่งช่วยให้กะปรี้กะเปร่ามากขึ้น แต่ข้อแม้ว่าตอนทำเช้คต้องใส่น้ำให้เยอะสักหน่อยครับ อย่าให้หวานจัดเกินไปประเดี๋ยวหายเมาแต่พาลง่วงนอนหลับต่อเจ้านายไม่ปลื้มอีก
แต่สูตรที่ดีสุดจริงอยู่ตรงนี้ที่กำลังจะเขียนนี่แหละครับคือ “อดใจ” เสียไม่ให้ความอยากเหล้าเข้ามาครองได้ไม่ว่าจะเข้าหรือออกพรรษาก็ตามที เพราะเหล้านั้นเป็นของที่ผลิตมาไว้ให้มันกินเราโดยแท้ทีเดียวครับ
แม้ว่าเราอาจถูกมันล้างสมองไปบ้างแล้วแต่อยากขอให้ “ล้างสมอง” ใหม่อีกทีท่องไว้ว่าไม่มีใครในโลกบังคับจับกรอกปากให้เรากินได้ถ้าไม่ใช่ “ความอ่อน” ของตัวเราเอง ลองใช้ดูเถิดครับสูตรนี้แก้ได้ชะงัดทุกเมายกไว้เสียแต่ “เมาดิบ” ไม่ยอมจ่ายนี่ยากหน่อยครับ
***** นพ.กฤษดา ศิรามพุช พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ drkrisda@gmail.com (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
กระแสทีวีรายการหนึ่งทำให้ผู้คนหันมาตื่นตัวกันเรื่องเมาๆ มากขึ้น แต่ไม่ได้ตื่นตัวในเรื่องเลิก แต่เป็นเมาอย่างไรไม่ให้จับได้มากกว่า
เมื่อดูอาหารชนิดที่ว่ากันว่ากินแล้ว ทำให้ตำรวจตรวจแอลกอฮอล์ไม่พบนั้น ดูไปก็เหมือนกับการเอาพลาสติกใสไปเคลือบปากลิ้นไว้ไม่ให้อัลกอฮอล์ ที่มันตกค้างอยู่ในกายระเหยออกมาข้างนอกมากกว่า โดยรวมความก็คือยังเมาแประอยู่นั่นเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นนวัตกรรมที่น่ากลัวขึ้นหรือเปล่า
แต่ถ้าไม่อยากเมา แต่จำเป็นต้องไปงานสังคม หรือเผลอใจไปเมาโดยไม่ตั้งใจแล้วต้องมานั่งทนทุกข์ทรมาน กับอาการแฮงค์โอเวอร์ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “เมาค้าง” ก็มีวิธีที่จะช่วยดับได้ไม่ยากนัก แถมเป็นมรรควิธีที่เสริมสุขภาพดีแบบยั่งยืนด้วย เพราะบางทีแค่การจิบเครื่องดื่มแก้เมาค้าง อาจไม่ได้ช่วยไล่อาการได้เสมอไปครับ
ใช้ชีวิตอย่างไรไม่ให้เมาค้าง
สิ่งที่เป็นอมตธรรมสำหรับเรื่องเมาก็คือ ถ้าไม่อยากเมาค้างก็จงอย่าดื่มเหล้า ฟังดูง่ายแต่ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปเพราะในชีวิตที่ต้องว่ายวนอยู่ในสังคม เราก็คงต้องไปงานชุมนุมศิษย์เก่า งานแต่ง งานเลี้ยงรับปริญญาและงานสมาคมอะไรต่อมิอะไรมากมายสุดแล้วแต่จะจินตนาการขึ้นมาได้
การเลี่ยงดื่มในงานเหล่านี้ ถ้าใครทำได้ก็ดุจจะมีคุณอันวิเศษในตัวทีเดียว ดังนั้นจึงอยากให้เคล็ดสำหรับเตรียมตัวไว้ในท่านที่ไม่อยากดื่ม แต่คิดว่าอาจเลี่ยงไม่ได้ ดังนี้ครับ
1) นอนพักให้พอและอย่าออกกำลังหนักก่อนเข้างาน จะทำให้ไม่กระหายอัลกอฮอล์มากนัก
2) กินโปรตีนสักนิดรองท้องไว้ เช่นแซนวิชทูน่าหรือแม้แต่ปลาเส้นสักกำมือหนึ่งจะช่วยไม่ให้อัลกอฮอล์ดูดซึมเร็วนัก
3) ระหว่างดื่มให้กินกับไปด้วย จะทำให้ไม่เปลืองเหล้าแต่อาจเปลืองกับแทน
4) ดื่มน้ำให้เยอะแล้วปัสสาวะบ่อยๆ ตรงไปตรงมาเพราะว่าอัลกอฮอล์จะได้ถูกขับออกมาโดยเร็ว
สี่ข้อนี้จะช่วยให้ท่านป้องกันตัวเองและตับไว้ไม่ให้ต้องทำงานโอทีโดยไม่จำเป็น เพราะงานเลี้ยงถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งของร่างกาย คงจะไม่ค่อยดีนักถ้าเราได้พักแล้วยังปล่อยให้ตับต้องทำงานหนักอยู่อย่างโดดเดี่ยวครับ
เมนูลับดับเมาค้าง
นับแต่เริ่มมีเมรัยมาอาการเมาค้าง ถือเป็นสิ่งที่คู่กันแม้คนที่ถือว่าคอเหล็กคอแป๊บที่สุด ก็ยังต้องเคยมีประสบการณ์เมาค้างให้รำคาญใจ โดยเฉพาะในวันจันทร์ที่เริ่มทำงานนั้น เป็นเรื่องไม่สนุกเลยที่จะต้องเดินเพลียเข้าที่ทำงาน จึงอยากนำเมนูแก้เมาค้างง่ายๆ และเติมสุขภาพให้ตัวท่านได้มาฝากไว้ ดังนี้ครับ
1) ไข่ตุ๋นและซุปไก่ 2) น้ำส้ม มะนาว กระเจี๊ยบ เกรปฟรุต 3) ชารางจืด 4) กล้วยหอมน้ำผึ้งเชค
ในไข่ตุ๋นกับซุปไก่นั้นจะมีกรดอะมิโนชื่อ “ซิสเทอีน(Cysteine)” อยู่ช่วยลดระคายคอและพบว่าช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ด้วย ขอให้กินร้อนๆด้วยได้ก็จะยิ่งดีครับ
ส่วนน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจับใจนั้นใช้ได้ดีมากทีเดียวครับเพราะวิตามินซีมีผลในการช่วยลดเมาค้างได้ดีมาก ถ้าหาน้ำผลไม้ไม่ได้จริงอาจไปหลังครัวหยิบมะขามเปียกมาสักสิบฝักต้มน้ำเติมน้ำตาลสักนิดก็ดีไม่น้อยครับ
ดังนั้น ข้างโถยาดองที่ท่านวางจานมะขามเปียกกับมะยมไว้ให้จิ้มเกลือเม็ด ให้น้ำลายพุ่งออกจากกระพุ้งแก้มเล่นนั้น มันช่วยตัดเหล้าได้จริงทีเดียวครับ ส่วนรางจืดนั้นเป็นว่านหน้าตาคล้ายใบพลูที่เลี้อยเกาะระแนงไม้ บ้านผมก็มีไม่ได้มีราคาแพงหรือหายากเลยครับ เอาใบรางจืดมาตากแดดไว้แล้วชงดื่มสักหน่อยรับรองว่าเมาค้างจะหายเป็นปลิดทิ้ง
หรืออย่างกล้วยหอมน้ำผึ้งปั่นนั้นช่วยได้มากตรงที่กล้วยหอมมีธาตุร่าเริงอยู่ในเนื้อมัน กินไปมากๆจะช่วยให้สมองสดชื่นมีพลัง และคนที่ความดันสูงก็จะลดลงได้ด้วยฤทธิ์ธาตุโพแทสเซียมที่มีอยู่ด้วย พอผนวกเข้าไปกับน้ำผึ้งซึ่งมีน้ำตาลฟรุกโตสแล้วก็ยิ่งช่วยให้กะปรี้กะเปร่ามากขึ้น แต่ข้อแม้ว่าตอนทำเช้คต้องใส่น้ำให้เยอะสักหน่อยครับ อย่าให้หวานจัดเกินไปประเดี๋ยวหายเมาแต่พาลง่วงนอนหลับต่อเจ้านายไม่ปลื้มอีก
แต่สูตรที่ดีสุดจริงอยู่ตรงนี้ที่กำลังจะเขียนนี่แหละครับคือ “อดใจ” เสียไม่ให้ความอยากเหล้าเข้ามาครองได้ไม่ว่าจะเข้าหรือออกพรรษาก็ตามที เพราะเหล้านั้นเป็นของที่ผลิตมาไว้ให้มันกินเราโดยแท้ทีเดียวครับ
แม้ว่าเราอาจถูกมันล้างสมองไปบ้างแล้วแต่อยากขอให้ “ล้างสมอง” ใหม่อีกทีท่องไว้ว่าไม่มีใครในโลกบังคับจับกรอกปากให้เรากินได้ถ้าไม่ใช่ “ความอ่อน” ของตัวเราเอง ลองใช้ดูเถิดครับสูตรนี้แก้ได้ชะงัดทุกเมายกไว้เสียแต่ “เมาดิบ” ไม่ยอมจ่ายนี่ยากหน่อยครับ
***** นพ.กฤษดา ศิรามพุช พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ drkrisda@gmail.com (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)