หากชีวิตประจำวันของคุณคือนั่งทำงานทั้งวัน และมีอาการปวดร้าวตามแขน ไหล่ ที่ไม่หายขาด คุณอาจนึกไม่ถึงว่าอาการที่ว่านั้นอาจมาจากกระดูกสันหลังนายแพทย์ทายาท บูรณกาล ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ศูนย์รักษากระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า อาการปวดร้าวไปตามแขน ขา หลายครั้งพบว่าเกิดจากปัญหาของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะปัญหา การหดเกร็งของกล้ามเนื้อแบบ Offic...
วันที่ 29 สิงหาคม 2552 04:00
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
หากชีวิตประจำวันของคุณคือนั่งทำงานทั้งวัน และมีอาการปวดร้าวตามแขน ไหล่ ที่ไม่หายขาด คุณอาจนึกไม่ถึงว่าอาการที่ว่านั้นอาจมาจากกระดูกสันหลัง
นายแพทย์ทายาท บูรณกาล ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ศูนย์รักษากระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า อาการปวดร้าวไปตามแขน ขา หลายครั้งพบว่าเกิดจากปัญหาของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะปัญหา การหดเกร็งของกล้ามเนื้อแบบ Office Syndrome ซึ่งเป็นโรคของคนเมือง ที่ทำงานออฟฟิศขะมักเขม้น ไม่ได้ออกกำลังกาย คุณภาพชีวิตไม่ดี พักผ่อนน้อย
อาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อนี้ อาจจะรุนแรงน้อยหรือทรมานมาก และยาแก้ปวดก็ไม่สามารถทำให้หายขาดได้ เนื่องจากการปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งตัวนี้ มีอาการคล้ายกับกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรืออาจพบทั้งสองโรคพร้อมกัน เนื่องจากปัญหาของกล้ามเนื้อ และกระดูกสันหลังนั้นมีความสัมพันธ์กัน
โรคกระดูกสันหลังที่สามารถกดทับเส้นประสาทที่พบบ่อยในคนทำงาน และมักจะถูกวินิจฉัยบ่อยๆได้แก่ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น (HNP) ช่องกระดูกเสื่อมตีบทับเส้นประสาท (Spinal Stenosis) กระดูกเสื่อมทับไขสันหลังส่วนคอ (CSM) หมอนรองกระดูกเอวเสื่อม (DDD) กระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้น เป็นต้น ซึ่งอาการปวดร้าวไปตามแขน และขานั้น สามารถเป็นได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงขั้นปวดมากจนเดินไม่ได้ก็มี
กลุ่มโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงานที่นั่งทำงานทั้งวัน ได้แก่ ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โดยปัญหาเล็กน้อยที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน อาทิ ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง และปวดแก้มก้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดอาการปวดร้าว คล้ายการปวดร้าวตามเส้นประสาทได้เช่นกัน บางครั้งการบาลานซ์กล้ามเนื้อคอที่ไม่เท่ากัน มีผลไปยังเส้นประสาท มีอาการชาตามแขนขา
บางคนปวดแขนปวดขานึกว่าเป็นกระดูกคอทับเส้นประสาท แต่ทำ MRI แล้วอาจจะไม่พบ ซึ่งในกรณีนี้ต้องทำการรักษาด้วยการกายภาพบำบัด หรือ การรักษาด้วยเทคนิค Intervention spine pain management
สำหรับการรักษาอาการเจ็บป่วยจากโรคทางกระดูกสันหลังนั้น ไม่ได้มีแค่การผ่าตัดเพียงเท่านั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. Non-surgical อาทิ การรักษาด้วยการใช้ยาแก้ปวด (NSAID) การรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยการบริหาร (Exercise) การกายภาพบำบัด การ mobilization กล้ามเนื้อ-กระดูกสันหลังให้คลายจากการเครียดตึง ซึ่ง 50-60 % ของผู้ป่วยจะหายดีในขั้นตอนนี้
นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยเทคนิคใหม่เช่นการทำ Intervention Spine Pain Management เป็นการรักษาอาการปวดด้วยการใช้เข็ม เช่น การฉีดยาต้านการอักเสบรอบเส้นประสาท (SNRB) การลดการกดทับจากหมอนรองกระดูกด้วยเข็มคลื่นความถี่สูง (Nucleoplasty) การลดการไวของเส้นประสาทด้วยเข็มคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency needle) หรือการฝังเข็มเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้ากระตุ้นในจุดที่เป็นสาเหตุ เป็นต้น
และการรักษาประเภทที่ 2. ได้แก่การผ่าตัด อาทิ ผ่าหมอนรองกระดูกแบบแผลเล็ก (Microdiscectomy) ผ่าตัดขยายช่องทางออกของเส้นประสาท (Laminectomy) การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) อาจจะใส่หรือไม่ใส่สกรูไททาเนียม การผ่าตัดเชื่อมข้อที่คอด้านหน้า(Robinson Fusion) การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม(TDR) เป็นต้น ซึ่งแนวทางการผ่าตัดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความ ชำนาญของแพทย์เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย
ด้วยการรักษาโรคกระดูกสันหลังนั้นมีหลายวิธี และเพราะ “การรักษาในคนไข้คนหนึ่ง ใช้ไม่ได้กับคนไข้ อีกคน” ดังนั้นที่ ศูนย์รักษากระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ จึงเป็นศูนย์กลางข้อมูลให้คำปรึกษาและรักษาโรคกระดูกสันหลังและคอ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับคำปรึกษาที่เหมาะสมกับอาการ
“เนื่องจากหนทางการรักษาโรคจากกระดูกสันหลังนั้นมีมากมาย ในการรักษาไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับคนไข้ทุกคน แต่วิธีใดจะเหมาะสมกับคนไข้รายไหนมากที่สุด ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาจะได้รับประโยชน์สูงสุด และได้รับการรักษาที่ถูกต้องที่สุด เรามุ่งเน้นที่การรักษาแบบองค์รวม หรือบูรณาการทุกวิธีมารักษาร่วมกัน”
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
หากชีวิตประจำวันของคุณคือนั่งทำงานทั้งวัน และมีอาการปวดร้าวตามแขน ไหล่ ที่ไม่หายขาด คุณอาจนึกไม่ถึงว่าอาการที่ว่านั้นอาจมาจากกระดูกสันหลัง
นายแพทย์ทายาท บูรณกาล ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ศูนย์รักษากระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า อาการปวดร้าวไปตามแขน ขา หลายครั้งพบว่าเกิดจากปัญหาของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะปัญหา การหดเกร็งของกล้ามเนื้อแบบ Office Syndrome ซึ่งเป็นโรคของคนเมือง ที่ทำงานออฟฟิศขะมักเขม้น ไม่ได้ออกกำลังกาย คุณภาพชีวิตไม่ดี พักผ่อนน้อย
อาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อนี้ อาจจะรุนแรงน้อยหรือทรมานมาก และยาแก้ปวดก็ไม่สามารถทำให้หายขาดได้ เนื่องจากการปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งตัวนี้ มีอาการคล้ายกับกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรืออาจพบทั้งสองโรคพร้อมกัน เนื่องจากปัญหาของกล้ามเนื้อ และกระดูกสันหลังนั้นมีความสัมพันธ์กัน
โรคกระดูกสันหลังที่สามารถกดทับเส้นประสาทที่พบบ่อยในคนทำงาน และมักจะถูกวินิจฉัยบ่อยๆได้แก่ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น (HNP) ช่องกระดูกเสื่อมตีบทับเส้นประสาท (Spinal Stenosis) กระดูกเสื่อมทับไขสันหลังส่วนคอ (CSM) หมอนรองกระดูกเอวเสื่อม (DDD) กระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้น เป็นต้น ซึ่งอาการปวดร้าวไปตามแขน และขานั้น สามารถเป็นได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงขั้นปวดมากจนเดินไม่ได้ก็มี
กลุ่มโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงานที่นั่งทำงานทั้งวัน ได้แก่ ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โดยปัญหาเล็กน้อยที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน อาทิ ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง และปวดแก้มก้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดอาการปวดร้าว คล้ายการปวดร้าวตามเส้นประสาทได้เช่นกัน บางครั้งการบาลานซ์กล้ามเนื้อคอที่ไม่เท่ากัน มีผลไปยังเส้นประสาท มีอาการชาตามแขนขา
บางคนปวดแขนปวดขานึกว่าเป็นกระดูกคอทับเส้นประสาท แต่ทำ MRI แล้วอาจจะไม่พบ ซึ่งในกรณีนี้ต้องทำการรักษาด้วยการกายภาพบำบัด หรือ การรักษาด้วยเทคนิค Intervention spine pain management
สำหรับการรักษาอาการเจ็บป่วยจากโรคทางกระดูกสันหลังนั้น ไม่ได้มีแค่การผ่าตัดเพียงเท่านั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. Non-surgical อาทิ การรักษาด้วยการใช้ยาแก้ปวด (NSAID) การรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยการบริหาร (Exercise) การกายภาพบำบัด การ mobilization กล้ามเนื้อ-กระดูกสันหลังให้คลายจากการเครียดตึง ซึ่ง 50-60 % ของผู้ป่วยจะหายดีในขั้นตอนนี้
นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยเทคนิคใหม่เช่นการทำ Intervention Spine Pain Management เป็นการรักษาอาการปวดด้วยการใช้เข็ม เช่น การฉีดยาต้านการอักเสบรอบเส้นประสาท (SNRB) การลดการกดทับจากหมอนรองกระดูกด้วยเข็มคลื่นความถี่สูง (Nucleoplasty) การลดการไวของเส้นประสาทด้วยเข็มคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency needle) หรือการฝังเข็มเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้ากระตุ้นในจุดที่เป็นสาเหตุ เป็นต้น
และการรักษาประเภทที่ 2. ได้แก่การผ่าตัด อาทิ ผ่าหมอนรองกระดูกแบบแผลเล็ก (Microdiscectomy) ผ่าตัดขยายช่องทางออกของเส้นประสาท (Laminectomy) การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) อาจจะใส่หรือไม่ใส่สกรูไททาเนียม การผ่าตัดเชื่อมข้อที่คอด้านหน้า(Robinson Fusion) การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม(TDR) เป็นต้น ซึ่งแนวทางการผ่าตัดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความ ชำนาญของแพทย์เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย
ด้วยการรักษาโรคกระดูกสันหลังนั้นมีหลายวิธี และเพราะ “การรักษาในคนไข้คนหนึ่ง ใช้ไม่ได้กับคนไข้ อีกคน” ดังนั้นที่ ศูนย์รักษากระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ จึงเป็นศูนย์กลางข้อมูลให้คำปรึกษาและรักษาโรคกระดูกสันหลังและคอ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับคำปรึกษาที่เหมาะสมกับอาการ
“เนื่องจากหนทางการรักษาโรคจากกระดูกสันหลังนั้นมีมากมาย ในการรักษาไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับคนไข้ทุกคน แต่วิธีใดจะเหมาะสมกับคนไข้รายไหนมากที่สุด ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาจะได้รับประโยชน์สูงสุด และได้รับการรักษาที่ถูกต้องที่สุด เรามุ่งเน้นที่การรักษาแบบองค์รวม หรือบูรณาการทุกวิธีมารักษาร่วมกัน”
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)