ปลัดสธ. ชี้ไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แนะคนป่วยไข้หวัดให้เลี่ยงสัมผัสสัตว์ขณะป่วย ป้องกันเชื้อแพร่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และโอกาสคนติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงมีน้อยมาก แต่เพื่อความไม่ประมาท แนะประชาชนที่ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 เลี่ยงคลุกคลีคนในบ้านรวมทั้งสัตว์เลี้ยง สวมหน้ากากอนามัย ...
วันที่ 05 พ.ย 2552
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
ปลัดสธ. ชี้ไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แนะคนป่วยไข้หวัดให้เลี่ยงสัมผัสสัตว์ขณะป่วย ป้องกันเชื้อแพร่
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และโอกาสคนติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงมีน้อยมาก แต่เพื่อความไม่ประมาท แนะประชาชนที่ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 เลี่ยงคลุกคลีคนในบ้านรวมทั้งสัตว์เลี้ยง สวมหน้ากากอนามัย และหากมีสัตว์เลี้ยงป่วยให้พาไปให้สัตว์แพทย์รักษา ด้านสัตวแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรคชี้ ขณะนี้ผลการวิจัยทั่วโลกยังไม่พบแมวเป็นแหล่งแพร่โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
จากกรณี สื่อมวลชนต่างประเทศ รายงานว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปักกิ่ง ผวาเชื้อหวัด 2009 กลัวว่าแมวอาจแพร่เชื้อให้นักศึกษา จึงกำจัดแมวไร้เจ้าของภายในรั้วมหาวิทยาลัยกว่า 50 ตัวนั้น ในวันนี้(5 พฤศจิกายน 2552) นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากข้อมูลของไทย เป็นที่ทราบว่าสัตว์ทั้งหลาย มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมปศุสัตว์ ได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด มีการประชุมทุกเดือน หากกรมปศุสัตว์ตรวจพบความผิดปกติจะส่งสัญญาณให้ทราบตลอด ขณะนี้จากการเฝ้าระวัง ยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใด กรณีที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเราต้องติดตามเฝ้าระวังเข้มข้นขึ้น ส่วนการรักษาสัตว์หลังติดเชื้อ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีขนาดเล็กกว่าคน อาจต้องมีการแบ่งยาโอเชลทามีเวียร์ให้กิน
นายแพทย์ไพจิตร กล่าวต่อไปว่า หากประชาชนพบสัตว์เลี้ยงในบ้านมีอาการป่วยเข้าข่ายเชื้อไข้หวัดใหญ่2009 ให้นำสัตว์ดังกล่าวไปรักษากับสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการดูแลสัตว์มากกว่ากระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบ ส่วนการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในคน ได้เน้นย้ำให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ฯแยกตัวออกมาจากคนในครอบครัว ที่ทำงาน และให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วย ล้างมือบ่อยๆ หากปฏิบัติได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้ใกล้ชิดและสัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม หากมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในสัตว์แล้ว จะมีโอกาสติดเชื้อมาสู่คนน้อยมาก เนื่องจากตามกลไกการเกิดโรค มีหลายปัจจัย ได้แก่เกิดจากตัวเชื้อ เกิดจากตัวรับของสัตว์แต่ละชนิด ทำให้เชื้อนี้มีความไวและเหมาะสมแตกต่างกันระหว่างสัตว์กับคน เชื้อโรคในสัตว์แต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในสัตว์นั้น แต่การติดเชื้อในคนเชื้อนั้นจะเจริญเติบโตในคนเท่านั้น ดังนั้นโอกาสที่เชื้อจากคนจะไปเจริญเติบโตในสัตว์จึงเป็นไปได้น้อย และโอกาสที่เชื้อจะย้อนกลับจากสัตว์มาสู่คนจึงมีน้อย
ทางด้านนายสัตวแพทย์พลายยงค์ สกะระเศรณี ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข่าวนี้ ขอย้ำให้ชาวไทยผู้ที่ชอบเลี้ยงแมว อย่าตื่นตระหนกข่าวที่จีน เนื่องจาก จากการติดตามข้อมูลการศึกษาวิจัยทั่วโลก ยังไม่มีข้อมูลว่าแมวเป็นแหล่งแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และยังไม่พบโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในคนติดต่อสู่แมว อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรประมาท หากคนป่วยเป็นโรคดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ทุกชนิด เพื่อป้องกันไว้ก่อน แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ [5/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
ปลัดสธ. ชี้ไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แนะคนป่วยไข้หวัดให้เลี่ยงสัมผัสสัตว์ขณะป่วย ป้องกันเชื้อแพร่
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยไทยยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และโอกาสคนติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงมีน้อยมาก แต่เพื่อความไม่ประมาท แนะประชาชนที่ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 เลี่ยงคลุกคลีคนในบ้านรวมทั้งสัตว์เลี้ยง สวมหน้ากากอนามัย และหากมีสัตว์เลี้ยงป่วยให้พาไปให้สัตว์แพทย์รักษา ด้านสัตวแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรคชี้ ขณะนี้ผลการวิจัยทั่วโลกยังไม่พบแมวเป็นแหล่งแพร่โรคไข้หวัดใหญ่ 2009
จากกรณี สื่อมวลชนต่างประเทศ รายงานว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปักกิ่ง ผวาเชื้อหวัด 2009 กลัวว่าแมวอาจแพร่เชื้อให้นักศึกษา จึงกำจัดแมวไร้เจ้าของภายในรั้วมหาวิทยาลัยกว่า 50 ตัวนั้น ในวันนี้(5 พฤศจิกายน 2552) นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากข้อมูลของไทย เป็นที่ทราบว่าสัตว์ทั้งหลาย มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมปศุสัตว์ ได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด มีการประชุมทุกเดือน หากกรมปศุสัตว์ตรวจพบความผิดปกติจะส่งสัญญาณให้ทราบตลอด ขณะนี้จากการเฝ้าระวัง ยังไม่พบแมวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใด กรณีที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเราต้องติดตามเฝ้าระวังเข้มข้นขึ้น ส่วนการรักษาสัตว์หลังติดเชื้อ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีขนาดเล็กกว่าคน อาจต้องมีการแบ่งยาโอเชลทามีเวียร์ให้กิน
นายแพทย์ไพจิตร กล่าวต่อไปว่า หากประชาชนพบสัตว์เลี้ยงในบ้านมีอาการป่วยเข้าข่ายเชื้อไข้หวัดใหญ่2009 ให้นำสัตว์ดังกล่าวไปรักษากับสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการดูแลสัตว์มากกว่ากระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบ ส่วนการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในคน ได้เน้นย้ำให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ฯแยกตัวออกมาจากคนในครอบครัว ที่ทำงาน และให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วย ล้างมือบ่อยๆ หากปฏิบัติได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้ใกล้ชิดและสัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม หากมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในสัตว์แล้ว จะมีโอกาสติดเชื้อมาสู่คนน้อยมาก เนื่องจากตามกลไกการเกิดโรค มีหลายปัจจัย ได้แก่เกิดจากตัวเชื้อ เกิดจากตัวรับของสัตว์แต่ละชนิด ทำให้เชื้อนี้มีความไวและเหมาะสมแตกต่างกันระหว่างสัตว์กับคน เชื้อโรคในสัตว์แต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในสัตว์นั้น แต่การติดเชื้อในคนเชื้อนั้นจะเจริญเติบโตในคนเท่านั้น ดังนั้นโอกาสที่เชื้อจากคนจะไปเจริญเติบโตในสัตว์จึงเป็นไปได้น้อย และโอกาสที่เชื้อจะย้อนกลับจากสัตว์มาสู่คนจึงมีน้อย
ทางด้านนายสัตวแพทย์พลายยงค์ สกะระเศรณี ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข่าวนี้ ขอย้ำให้ชาวไทยผู้ที่ชอบเลี้ยงแมว อย่าตื่นตระหนกข่าวที่จีน เนื่องจาก จากการติดตามข้อมูลการศึกษาวิจัยทั่วโลก ยังไม่มีข้อมูลว่าแมวเป็นแหล่งแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และยังไม่พบโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในคนติดต่อสู่แมว อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรประมาท หากคนป่วยเป็นโรคดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ทุกชนิด เพื่อป้องกันไว้ก่อน แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ [5/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)