สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนระวังโรคที่อาจมากับน้ำท่วม เน้นย้ำการดูแลความสะอาด ของอาหารและน้ำดื่ม และป้องกันโรคไข้ฉี่หนู เนื่องจากระยะนี้ หลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลากำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ประชาชนมี ความเสี่ยงต่อโรคอุจจาระร่วง โรคน้ำกัดเท้า และโรคไข้ฉี่หนู จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม นายแพ...
วันที่ 24 พ.ย 2552
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนระวังโรคที่อาจมากับน้ำท่วม เน้นย้ำการดูแลความสะอาด ของอาหารและน้ำดื่ม และป้องกันโรคไข้ฉี่หนู
เนื่องจากระยะนี้ หลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลากำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ประชาชนมี
ความเสี่ยงต่อโรคอุจจาระร่วง โรคน้ำกัดเท้า และโรคไข้ฉี่หนู จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม
นายแพทย์สุเทพ วัชรปิยานันทน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ ประชาชนต้องเดินนลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่มากับน้ำ เช่นโรคน้ำกัดเท้า โรคตาแดง โรคไข้ฉี่หนู อาหารและน้ำดื่มอาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคได้ง่าย ซึ่งขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้การช่วยเหลือดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยให้สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับเตรียมความพร้อม ด้านยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะนี้หลายพื้นที่ๆ มีน้ำท่วมขัง ได้มีการจัดทีมออกช่วยเหลือและจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพของประชาชน
การดูแลสุขภาพของประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ขอให้ระมัดระวังป้องกันโรค
อุจจาระร่วง ควรกินอาหารที่สุกสะอาด ดื่มน้ำที่บรรจุในภาชนะปิดมิดชิดหรือน้ำต้มสุก ถ่ายอุจจาระลงในส้วม หากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมมากมีส้วมไม่เพียงพอ ให้ถ่ายอุจจาระใส่ถุงพลาสติกใส่ปูนขาว มัดปากถุงให้แน่น ใส่ถุงดำอีกครั้งก่อนนำไปทิ้ง หากมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด 1 ครั้ง ต่อวัน ไม่ควรกินยาหยุดถ่ายเพราะจะทำให้เชื้อโรคอยู่ในร่างกายและสามารถจะแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้ง่าย ควรดื่มน้ำผงละลายเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วย
โรคไข้ฉี่หนู จากการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะหนู สัตว์เลี้ยง การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือไชเข้าผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ ทำให้มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่บริเวณน่องและโคนขา กล้ามเนื้อหลังและท้อง มีอาการตาแดงบางราย ถ้าไม่
รีบรักษาอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่าย วิธีป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะ หากจำเป็นต้องลงแช่น้ำหรือต้องลุยน้ำ เมื่อขึ้นจากน้ำต้องรีบทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง หรือสวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ปกปิดอาหารให้มิดชิด ไม่ให้หนูปัสสาวะรด ดื่มน้ำที่สะอาด โรคที่พบบ่อยอีกโรคหนึ่งคือ โรคน้ำกัดเท้า จากการเดินย่ำน้ำ หรือผิวหนังอับชื้นตลอดเวลา ควรล้างเท้าด้วยสบู่ให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ในระยะแรกไม่ควรใช้ยาแก้เชื้อรา ควรทาด้วยโลชั่นและดูแลเท้าให้แห้งอยู่เสมอ หากมีอาการคันหรือมีแผลหลังทำความสะอาด ให้แช่เท้าด้วยน้ำด่างทับทิม 4 - 5 เกล็ด ต่อน้ำ 4 5 ขัน แช่นาน 3-5 นาที เช็ดเท้าให้แห้ง หรือทายาแก้น้ำกัดเท้า
นายแพทย์สุเทพ กล่าวย้ำว่าในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขัง หากประชาชนมีปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่สามารถเดินทางไปรับบริการที่สถานบริการสาธารณสุขได้ สามารถเรียกใช้บริการสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แหล่งข่าวโดย.... ฝ่ายสุขศึกษาประชาสัมพันธ์และประสานเครือข่ายพันธมิตรสุขภาพ [24/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนระวังโรคที่อาจมากับน้ำท่วม เน้นย้ำการดูแลความสะอาด ของอาหารและน้ำดื่ม และป้องกันโรคไข้ฉี่หนู
เนื่องจากระยะนี้ หลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลากำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ประชาชนมี
ความเสี่ยงต่อโรคอุจจาระร่วง โรคน้ำกัดเท้า และโรคไข้ฉี่หนู จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม
นายแพทย์สุเทพ วัชรปิยานันทน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ ประชาชนต้องเดินนลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่มากับน้ำ เช่นโรคน้ำกัดเท้า โรคตาแดง โรคไข้ฉี่หนู อาหารและน้ำดื่มอาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคได้ง่าย ซึ่งขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้การช่วยเหลือดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยให้สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับเตรียมความพร้อม ด้านยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะนี้หลายพื้นที่ๆ มีน้ำท่วมขัง ได้มีการจัดทีมออกช่วยเหลือและจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพของประชาชน
การดูแลสุขภาพของประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ขอให้ระมัดระวังป้องกันโรค
อุจจาระร่วง ควรกินอาหารที่สุกสะอาด ดื่มน้ำที่บรรจุในภาชนะปิดมิดชิดหรือน้ำต้มสุก ถ่ายอุจจาระลงในส้วม หากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมมากมีส้วมไม่เพียงพอ ให้ถ่ายอุจจาระใส่ถุงพลาสติกใส่ปูนขาว มัดปากถุงให้แน่น ใส่ถุงดำอีกครั้งก่อนนำไปทิ้ง หากมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด 1 ครั้ง ต่อวัน ไม่ควรกินยาหยุดถ่ายเพราะจะทำให้เชื้อโรคอยู่ในร่างกายและสามารถจะแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้ง่าย ควรดื่มน้ำผงละลายเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วย
โรคไข้ฉี่หนู จากการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะหนู สัตว์เลี้ยง การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือไชเข้าผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ ทำให้มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่บริเวณน่องและโคนขา กล้ามเนื้อหลังและท้อง มีอาการตาแดงบางราย ถ้าไม่
รีบรักษาอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่าย วิธีป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะ หากจำเป็นต้องลงแช่น้ำหรือต้องลุยน้ำ เมื่อขึ้นจากน้ำต้องรีบทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง หรือสวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ปกปิดอาหารให้มิดชิด ไม่ให้หนูปัสสาวะรด ดื่มน้ำที่สะอาด โรคที่พบบ่อยอีกโรคหนึ่งคือ โรคน้ำกัดเท้า จากการเดินย่ำน้ำ หรือผิวหนังอับชื้นตลอดเวลา ควรล้างเท้าด้วยสบู่ให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ในระยะแรกไม่ควรใช้ยาแก้เชื้อรา ควรทาด้วยโลชั่นและดูแลเท้าให้แห้งอยู่เสมอ หากมีอาการคันหรือมีแผลหลังทำความสะอาด ให้แช่เท้าด้วยน้ำด่างทับทิม 4 - 5 เกล็ด ต่อน้ำ 4 5 ขัน แช่นาน 3-5 นาที เช็ดเท้าให้แห้ง หรือทายาแก้น้ำกัดเท้า
นายแพทย์สุเทพ กล่าวย้ำว่าในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขัง หากประชาชนมีปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่สามารถเดินทางไปรับบริการที่สถานบริการสาธารณสุขได้ สามารถเรียกใช้บริการสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แหล่งข่าวโดย.... ฝ่ายสุขศึกษาประชาสัมพันธ์และประสานเครือข่ายพันธมิตรสุขภาพ [24/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)