สสจ.ยะลา เร่งรัดมาตรการป้องกันและควบคุมรับมือการระบาด โรคฉี่หนู ช่วงฤดูฝนโรคที่พบได้บ่อยในฤดูกาลนี้ คือโรคเลปโตสไปโรซีส หรือ ที่ชาวบ้านเรียกโรคฉี่หนู สาธารณสุขจังหวัดยะลาเร่งกำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัคร สาธารณสุขประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้วิธีการป้องกันตัว พร้อมทั้งเฝ้าระวังการเจ็บป่วย หากมีรายงานผู้ป่วยให้...
วันที่ 25 พ.ย 2552
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สสจ.ยะลา เร่งรัดมาตรการป้องกันและควบคุมรับมือการระบาด โรคฉี่หนู
ช่วงฤดูฝนโรคที่พบได้บ่อยในฤดูกาลนี้ คือโรคเลปโตสไปโรซีส หรือ ที่ชาวบ้านเรียกโรคฉี่หนู สาธารณสุขจังหวัดยะลาเร่งกำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัคร
สาธารณสุขประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้วิธีการป้องกันตัว พร้อมทั้งเฝ้าระวังการเจ็บป่วย หากมีรายงานผู้ป่วยให้ส่งทีมลงไปสอบสวนโรค เพื่อควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคฉี่หนูในพื้นที่จังหวัดยะลา ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 พบผู้ป่วย
8 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ทั้งนี้สาเหตุของโรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู วัว ควาย โดยเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ตามน้ำที่ขังเฉอะแฉะ ตามพื้นดินที่เปียกชื้น หรือปนเปื้อนพืชผักที่ขึ้นตามทุ่งนา เชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางรอยแผลตามผิวหนัง รอยขีดข่วน และเข้าทางเยื่อบุของปาก ตา จมูก หรือไชผ่านผิวหนังปกติที่แช่น้ำอยู่นานๆก็ได้ โดยคนมักติดเชื้อขณะเดินย่ำดินโคลน เดินลุยน้ำท่วม หรือจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ซึ่งเชื้อโรคฉี่หนูนี้มีชีวิตอยู่ ในน้ำได้นานหลายเดือน ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคนี้ ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน มีอาชีพทำไร่ทำนา อาการสำคัญของโรคนี้ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา บางรายมีอาการตาแดงร่วมด้วย หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบพบแพทย์เป็นการด่วน พร้อมแจ้งประวัติการทำงานที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลนให้ทราบ เพื่อการวินิจฉัยรักษาที่รวดเร็ว ซึ่งโรคนี้มียารักษาหายขาด อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรัง เนื่องจากจะเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง คือ ไตวาย ตับวาย ทำให้เสียชีวิตได้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันโรคฉี่หนู ประชาชนควรสวมรองเท้าบู๊ตทุกครั้ง ที่ต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือทำไร่ทำนา ดูแลความสะอาดบ้านเรือนและกำจัดขยะไม่ให้เป็นที่อยู่และแหล่งอาหารของหนู เก็บอาหาร/ปิดโอ่งน้ำหรือขันน้ำให้มิดชิด และอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน และล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ เดินลุยน้ำนานๆ ไม่ลงว่ายน้ำขณะที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก รอยขีดข่วน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรปิดปลาสเตอร์ที่แผลก่อน ลงน้ำ และรีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ส่วนผักสดที่เก็บมาจากทุ่งนา ต้องล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน หากบริโภคน้ำบ่อน้ำตื้น ควรต้มให้เดือดก่อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค
ในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของโรค ได้มอบนโยบายพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้ เร่งรัดมาตรการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน รวมทั้งอสม. เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ความรู้ทางสื่อสาธารณะ และสื่อในชุมชน อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับให้อสม.ออกเคาะประตูบ้านให้ความรู้ และคัดกรองผู้มีอาการน่าสงสัย นำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน ช่วยให้ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์อย่างรวดเร็ว ลดอัตราการป่วยและตายให้มากที่สุด
แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ [25/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สสจ.ยะลา เร่งรัดมาตรการป้องกันและควบคุมรับมือการระบาด โรคฉี่หนู
ช่วงฤดูฝนโรคที่พบได้บ่อยในฤดูกาลนี้ คือโรคเลปโตสไปโรซีส หรือ ที่ชาวบ้านเรียกโรคฉี่หนู สาธารณสุขจังหวัดยะลาเร่งกำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัคร
สาธารณสุขประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้วิธีการป้องกันตัว พร้อมทั้งเฝ้าระวังการเจ็บป่วย หากมีรายงานผู้ป่วยให้ส่งทีมลงไปสอบสวนโรค เพื่อควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคฉี่หนูในพื้นที่จังหวัดยะลา ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 พบผู้ป่วย
8 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ทั้งนี้สาเหตุของโรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู วัว ควาย โดยเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ตามน้ำที่ขังเฉอะแฉะ ตามพื้นดินที่เปียกชื้น หรือปนเปื้อนพืชผักที่ขึ้นตามทุ่งนา เชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางรอยแผลตามผิวหนัง รอยขีดข่วน และเข้าทางเยื่อบุของปาก ตา จมูก หรือไชผ่านผิวหนังปกติที่แช่น้ำอยู่นานๆก็ได้ โดยคนมักติดเชื้อขณะเดินย่ำดินโคลน เดินลุยน้ำท่วม หรือจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ซึ่งเชื้อโรคฉี่หนูนี้มีชีวิตอยู่ ในน้ำได้นานหลายเดือน ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคนี้ ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน มีอาชีพทำไร่ทำนา อาการสำคัญของโรคนี้ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา บางรายมีอาการตาแดงร่วมด้วย หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบพบแพทย์เป็นการด่วน พร้อมแจ้งประวัติการทำงานที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลนให้ทราบ เพื่อการวินิจฉัยรักษาที่รวดเร็ว ซึ่งโรคนี้มียารักษาหายขาด อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรัง เนื่องจากจะเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง คือ ไตวาย ตับวาย ทำให้เสียชีวิตได้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันโรคฉี่หนู ประชาชนควรสวมรองเท้าบู๊ตทุกครั้ง ที่ต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือทำไร่ทำนา ดูแลความสะอาดบ้านเรือนและกำจัดขยะไม่ให้เป็นที่อยู่และแหล่งอาหารของหนู เก็บอาหาร/ปิดโอ่งน้ำหรือขันน้ำให้มิดชิด และอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทาน และล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ เดินลุยน้ำนานๆ ไม่ลงว่ายน้ำขณะที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก รอยขีดข่วน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรปิดปลาสเตอร์ที่แผลก่อน ลงน้ำ และรีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ส่วนผักสดที่เก็บมาจากทุ่งนา ต้องล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน หากบริโภคน้ำบ่อน้ำตื้น ควรต้มให้เดือดก่อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค
ในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของโรค ได้มอบนโยบายพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้ เร่งรัดมาตรการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน รวมทั้งอสม. เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ความรู้ทางสื่อสาธารณะ และสื่อในชุมชน อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับให้อสม.ออกเคาะประตูบ้านให้ความรู้ และคัดกรองผู้มีอาการน่าสงสัย นำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน ช่วยให้ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์อย่างรวดเร็ว ลดอัตราการป่วยและตายให้มากที่สุด
แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ [25/พ.ย/2552] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)