สธ.เปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์ฯ จ.ระยอง ดูแลสุขภาพชาวบ้าน 13,000 คน ในเขตอุตสาหกรรม

Sunday, January 17, 2010 at 5:05 PM

สธ.เปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์ฯ จ.ระยอง ดูแลสุขภาพชาวบ้าน 13,000 คน ในเขตอุตสาหกรรม นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ตรวจรักษาโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ โรคที่เกิดจากสารเคมี มลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด และจัดโครงการตรวจสุขภาพ เฝ้าระวังโรคประชาชน 13,000 คน ที่อยู่ในและนอกเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง เริ่มตรวจตั้...
วันที่ 16 ม.ค 2553
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

สธ.เปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์ฯ จ.ระยอง ดูแลสุขภาพชาวบ้าน 13,000 คน ในเขตอุตสาหกรรม


นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ตรวจรักษาโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ โรคที่เกิดจากสารเคมี มลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด และจัดโครงการตรวจสุขภาพ เฝ้าระวังโรคประชาชน 13,000 คน ที่อยู่ในและนอกเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง เริ่มตรวจตั้งแต่ 16 ม.ค.2553

วันนี้(16 มกราคม 2553)ที่ จ.ระยอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลมาบตาพุดใหม่ ต.หนองแฟบ ถ.สุขุมวิท เป็นศูนย์ศึกษาวิจัยและศูนย์บริการด้านอาชีวเวชศาสตร์เป็นการเฉพาะ และปล่อยคาราวานรถตรวจสุขภาพในโครงการตรวจสุขภาพและเฝ้าระวังโรคประชาชนในเขตพัฒนาบริการสาธารณสุข ในเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง ซึ่งวันนี้ออกให้บริการเป็นครั้งแรกที่ วัดหนองแฟบ ตามนโยบายแก้ไขปัญหาเร่งด่วนมาบตาพุด ของรัฐบาล

นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในการพัฒนาบริการสาธารณสุขในเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 294.54 ล้านบาท ระหว่างปี 2553-2555 ดำเนินการ 2 โครงการ ได้แก่โครงการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล ที่อยู่ใกล้เคียงเขตควบคุมมลพิษ ให้สามารถตรวจรักษาโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ โรคจากมลพิษสิ่งแวดล้อม โรคหรืออุบัติภัยจากสารเคมีอันตราย และโครงการตรวจสุขภาพ เพื่อเฝ้าระวังโรคประชาชนที่อาศัยบริเวณเขตควบคุมมลพิษ

นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า ตามโครงการพัฒนาครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาโรงพยาบาลมาบตาพุด ให้เป็นโรงพยาบาลด้านอาชีเวชศาสตร์ขนาด 200 เตียง รักษาโรคจากการประกอบอาชีพ โรคจากสิ่งแวดล้อม และโรคหรืออุบัติภัยจากสารเคมีอันตรายที่มีความซับซ้อนไม่มาก เพื่อรองรับผู้ป่วยในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ใช้งบประมาณ 225 ล้านกว่าบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดบริการได้ภายในปี 2555 และพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระยอง ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือ ให้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญรักษาโรคด้านอาชีวเวชศาสตร์ ประจำภาคตะวันออก บริการตรวจรักษาโรคจากการประกอบอาชีพ และรักษาพิษจากสารเคมีต่างๆที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท ใช้งบประมาณ 10 ล้านกว่าบาท

สำหรับ โครงการตรวจสุขภาพและเฝ้าระวังโรคประชาชน ที่อาศัยบริเวณเขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง ใช้งบประมาณ 58 ล้านกว่าบาท โดยในปี 2553 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองและโรงพยาบาลชุมชนเครือข่าย จะ จัดทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พร้อมรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ ออกตรวจสุขภาพประชาชนใน 31 ชุมชนที่อยู่รอบๆนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แบ่งเป็นในเขตควบคุมมลพิษ จำนวน 10,000 คน และนอกเขตควบคุมมลพิษ 3,000 คน ใช้งบประมาณ 24 ล้านกว่าบาท โดยจะจัดซื้อรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ 2 คัน วงเงิน 7 ล้านบาท วางแผนออกให้บริการ 30 ครั้ง ตั้งเป้าให้บริการครั้งละกว่า 300 คน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2553 คาดว่าจะครบทุกชุมชนในเดือนพฤษภาคม 2553

นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวอีกว่า ในการตรวจสุขภาพดังกล่าว แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ เอ็กซเรย์ทรวงอก ประเมินการสัมผัสสารเคมี ตรวจสารโลหะหนัก สารหนู แมงกานิส ตะกั่ว ปรอท โดยเน้นกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยโดยรอบบ่อน้ำที่พบสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน 500 คน การคัดกรองครั้งนี้ จะใช้เป็นฐานข้อมูลสุขภาพของประชาชน ประเมินเปรียบเทียบผลก่อนและหลังดำเนินโครงการ รวมทั้งคัดกรองแยกกลุ่มป่วย กลุ่มเสี่ยงที่จะป่วย เพื่อให้การดูแลรักษาต่อไป แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ [16/ม.ค/2553] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

Related Posts:

Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top