สสจ.เพชรบุรีพร้อมให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ เพชรบุรี เตรียมพร้อมให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ เน้นในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคก่อน นายแพทย์วัฒนา โรจนวิจิตรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก และในประเทศไทยเช่นเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งจองวัคซีนไข้หวั...
วันที่ 08 ม.ค 2553
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สสจ.เพชรบุรีพร้อมให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่
เพชรบุรี เตรียมพร้อมให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ เน้นในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคก่อน
นายแพทย์วัฒนา โรจนวิจิตรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก และในประเทศไทยเช่นเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งจองวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ชนิด A H1N1 2009 จำนวน 2ล้านโด๊ส ซึ่งวัคซีน เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งในการป้องกันโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ทั้งนี้หลักการของวัคซีน คือ การนำเชื้อโรคที่อ่อนแรง หรือชิ้นส่วนของเชื้อโรคฉีดหรือกินหรือวิธีอื่นๆ เข้าไปยังร่างกายมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคนั้นๆ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคนั้น ๆ เข้าไปจริงๆ ร่างกายของมนุษย์ก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อหรือป่วยได้ อย่างไรก็ตาม การให้วัคซีนก็อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับวัคซีนให้เหมาะสมเพื่อเตรียมการป้องกันการระบาดใหญ่ของโรค เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเรียงตามลำดับความสำคัญของโรคเพื่อเป็นการลดการตายของประชาชน การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่จะให้บริการในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม2553 พร้อมกันทั่วประเทศ
ทั้งนี้การลำดับความสำคัญของการใช้วัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเรียงตามลำดับ ดังนี้
1. แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ที่ดูแลผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการติดโรค
2. หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป
3. บุคคลโรคอ้วนน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป หรือดัชนีมวลกาย(ค่าBMI) มากกว่า35
4. ผู้พิการทางสมองและปัญญา
5. บุคคลอายุ 6 เดือน 64 ปี ที่มีโรคประจำตัวตามลำดับ ได้แก่
5.1 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
5.2 หอบหืด
5.3 โรคหัวใจทุกประเภท
5.4 โรคหลอดเลือดสมอง
5.5 ไตวาย
5.6 ผู้ป่วยมะเร็ง ที่อยู่ในระหว่างได้รับยาเคมีบำบัด
5.7 โรคธาลัสซีเมีย ที่มีอาการรุนแรง
5.8 ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
5.9 ผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อน
5.10 ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน
ซึ่งกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว สำหรับจังหวัดเพชรบุรี มีจำนวน 7,280 คน
ผู้ที่ไม่ควรรับหรือควรเลื่อนการรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไปก่อน
ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ที่ยังไม่ควรรับวัคซีน คือ ผู้ที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน,คนที่แพ้ไข่อย่างรุนแรงเพราะวัคซีนผลิตโดยใช้ไข่ ,ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ,หากมีไข้หรือเจ็บป่วยควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน สำหรับกรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A H1N1 2009
วัคซีนทุกชนิดสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดเมื่อย มักจะเริ่มไม่นานหลังฉีด แล้วควรหายภายใน 1-2 วัน การแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตมีน้อยมาก ถ้าหากเกิดขึ้นจะปรากฏภายใน 2-3 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด โดยอาจมีอาการหายใจไม่สะดวก เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงดัง ลมพิษ ซีดขาว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะ
วัคซีนแม้ว่าจะมีประโยชน์มากแต่เพื่อให้ปลอดภัยมากที่สุด ก่อนฉีดวัคซีนทุกครั้ง ประชาชนที่มารับบริการวัคซีนควรปรึกษาแพทย์/เจ้าหน้าที่สาธารณสุขถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีน การแพ้ยาหรือวัคซีนในครั้งก่อนๆ (ถ้ามี) สุขภาพก่อนฉีดวัคซีนของตนเองหรือเด็กที่จะฉีดวัคซีน เช่น มีไข้หรือไม่ เพื่อแพทย์จะพิจารณาว่าสมควรฉีดวัคซีนให้หรือไม่ รวมถึงหลังฉีดวัคซีนควรสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที ที่โรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน และถ้ามีความผิดปกติใดๆ ในการให้วัคซีนครั้งก่อน จะต้องแจ้งแพทย์ก่อนให้วัคซีนครั้งใหม่เสมอ เช่นกัน
................................................................................................................................
แหล่งข่าวโดย.... เกษม จันทศร [8/ม.ค/2553] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)
สสจ.เพชรบุรีพร้อมให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่
เพชรบุรี เตรียมพร้อมให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ เน้นในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคก่อน
นายแพทย์วัฒนา โรจนวิจิตรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก และในประเทศไทยเช่นเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งจองวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ชนิด A H1N1 2009 จำนวน 2ล้านโด๊ส ซึ่งวัคซีน เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งในการป้องกันโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ทั้งนี้หลักการของวัคซีน คือ การนำเชื้อโรคที่อ่อนแรง หรือชิ้นส่วนของเชื้อโรคฉีดหรือกินหรือวิธีอื่นๆ เข้าไปยังร่างกายมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคนั้นๆ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคนั้น ๆ เข้าไปจริงๆ ร่างกายของมนุษย์ก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อหรือป่วยได้ อย่างไรก็ตาม การให้วัคซีนก็อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับวัคซีนให้เหมาะสมเพื่อเตรียมการป้องกันการระบาดใหญ่ของโรค เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเรียงตามลำดับความสำคัญของโรคเพื่อเป็นการลดการตายของประชาชน การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่จะให้บริการในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม2553 พร้อมกันทั่วประเทศ
ทั้งนี้การลำดับความสำคัญของการใช้วัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเรียงตามลำดับ ดังนี้
1. แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ที่ดูแลผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการติดโรค
2. หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป
3. บุคคลโรคอ้วนน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป หรือดัชนีมวลกาย(ค่าBMI) มากกว่า35
4. ผู้พิการทางสมองและปัญญา
5. บุคคลอายุ 6 เดือน 64 ปี ที่มีโรคประจำตัวตามลำดับ ได้แก่
5.1 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
5.2 หอบหืด
5.3 โรคหัวใจทุกประเภท
5.4 โรคหลอดเลือดสมอง
5.5 ไตวาย
5.6 ผู้ป่วยมะเร็ง ที่อยู่ในระหว่างได้รับยาเคมีบำบัด
5.7 โรคธาลัสซีเมีย ที่มีอาการรุนแรง
5.8 ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
5.9 ผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อน
5.10 ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน
ซึ่งกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว สำหรับจังหวัดเพชรบุรี มีจำนวน 7,280 คน
ผู้ที่ไม่ควรรับหรือควรเลื่อนการรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไปก่อน
ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ที่ยังไม่ควรรับวัคซีน คือ ผู้ที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน,คนที่แพ้ไข่อย่างรุนแรงเพราะวัคซีนผลิตโดยใช้ไข่ ,ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ,หากมีไข้หรือเจ็บป่วยควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน สำหรับกรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A H1N1 2009
วัคซีนทุกชนิดสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดเมื่อย มักจะเริ่มไม่นานหลังฉีด แล้วควรหายภายใน 1-2 วัน การแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตมีน้อยมาก ถ้าหากเกิดขึ้นจะปรากฏภายใน 2-3 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด โดยอาจมีอาการหายใจไม่สะดวก เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงดัง ลมพิษ ซีดขาว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะ
วัคซีนแม้ว่าจะมีประโยชน์มากแต่เพื่อให้ปลอดภัยมากที่สุด ก่อนฉีดวัคซีนทุกครั้ง ประชาชนที่มารับบริการวัคซีนควรปรึกษาแพทย์/เจ้าหน้าที่สาธารณสุขถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีน การแพ้ยาหรือวัคซีนในครั้งก่อนๆ (ถ้ามี) สุขภาพก่อนฉีดวัคซีนของตนเองหรือเด็กที่จะฉีดวัคซีน เช่น มีไข้หรือไม่ เพื่อแพทย์จะพิจารณาว่าสมควรฉีดวัคซีนให้หรือไม่ รวมถึงหลังฉีดวัคซีนควรสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที ที่โรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน และถ้ามีความผิดปกติใดๆ ในการให้วัคซีนครั้งก่อน จะต้องแจ้งแพทย์ก่อนให้วัคซีนครั้งใหม่เสมอ เช่นกัน
................................................................................................................................
แหล่งข่าวโดย.... เกษม จันทศร [8/ม.ค/2553] (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)