ปิด 3 วัน 3 โรงเรียนดังเมืองกรุง สวนกุหลาบ-ราชวินิตประถม-สตรีวิทยา 3 หลังพบ นร.ติดเชื้อหวัดพันธุ์ใหม่ “สธ.” เผยยอดผู้ติดเชื้อ พุ่งไม่หยุดทะลุ 150 รายแล้ว หลังประกาศติดเชื้อเพิ่มอีก 44 คน “เชียงใหม่ระส่ำ” นศ. สาวมช.ติดด้วย สสจ. ส่งทีมสอบสวนโรคเฝ้าระวังผู้ใกล้ชิด “ปลัด สธ.” วอนอย่าตื่นตระหนก เสียชีวิตต่ำ 95% หายเองได้ พท.ขย่มรัฐ-ชี้ รมว. สธ. บกพร่องต่อหน้าที่ ทำหวัด 2009 ระบาดหนัก ขณะที่สวนดุสิตโพลระบุ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ชี้ต้องการให้รัฐออกสมุด ปกขาวเผยแพร่ความรู้ “รมว.สธ. ออสเตรเลีย” เผยว่า ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศล่าสุดเพิ่มเป็น 1,458 ราย ถือว่าร้ายแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นอันดับ 5 ของโลก
จากกรณีเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) แพร่ระบาดไปทุกทวีปทั่วโลก จนมีผู้ติดเชื้อ 29,669 ราย ใน 74 ประเทศ เสียชีวิต 145 ราย ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (ฮู) ต้องประกาศยกระดับการเตือนภัยขึ้นสู่ระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในรอบ 41 ปี ขณะที่ประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุข ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วถึง 106 รายจนหลายฝ่ายต้องวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ยอดติดเชื้อพุ่งไม่เลิกทะลุ150ราย
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่าในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 44 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเอกชน 29 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยเก่า ส่วนผู้ป่วยใหม่มี 15 ราย รวมผู้ป่วยในประเทศ ไทยสะสมทั้งหมด 150 ราย โดยผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลปทุม ธานี 7 ราย เนื่องจากญาติมีความกังวลใจ แต่ที่มีเหตุสมควรนอนรักษามีเพียง 2 ราย เนื่องจากมีอาการไข้สูงและรับประทานอาหารได้น้อย ส่วนที่พัทยามีนอนโรงพยาบาลเพียง 1 ราย เนื่องจากมีเลือดกำเดาไหล จากการวิเคราะห์ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลและการติดตามสอดคล้องกันว่าโรคนี้อาการไม่รุนแรง และจะคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก
สธ.แนะร่วมกันทำความสะอาด
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนและทุกหน่วยงานร่วมกันทำความ สะอาดในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ ผับ บาร์ และสถานที่สาธารณะที่ประชาชนใช้บริการหนาแน่น โดยเน้นการทำความสะอาด ของใช้หรือวัตถุที่มีโอกาสจับต้องร่วมกันบ่อย ๆ เช่น โทรศัพท์สาธารณะ ราวบันได ลูกบิดประตู โต๊ะเก้าอี้ คีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยเช็ดด้วยน้ำและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และจะรณรงค์ให้ผู้มีอาการไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม เป็นพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรอายและไม่ควรรังเกียจผู้ที่สวมหน้ากากอนามัย
ชี้อย่าตื่นตระหนก95%หายเองได้
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการปฏิบัติการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้เพิ่มอีก 44 คน รวมเป็น 150 คนแต่ขอให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก เพราะผู้ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิตเพียงร้อยละ 0.1 ส่วนการรักษา จะให้ยาเพียงแค่ร้อยละ 5 ส่วนอีกร้อยละ 95 สามารถหายเองได้ หากได้รับเชื้อ โดยกลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวาน หัวใจ วัณโรค ความดันโลหิต และเด็กที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า จากการตรวจเลือดผู้ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด-18 ปี ไม่มีภูมิคุ้มกัน อายุ 19-60 ปี พบว่าในเลือดมีภูมิคุ้มกันร้อยละ 6-9 ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีภูมิคุ้มกันในเลือดร้อยละ 33 ซึ่งหมายความว่า เคยเกิดโรคนี้เกิดขึ้นมานานแล้วจึงเกิดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นผู้ที่เป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันและไม่เป็นซ้ำอีกตลอดชีวิต ส่วนวัคซีนคาดว่าจะผลิตสำเร็จ ภายใน 3 เดือน นี้และไทยจะได้รับประมาณเดือน ต.ค.
ติดหวัดปิดเรียน3วัน3โรงเรียน
ส่วน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ล่าสุดมีโรงเรียน ปิดการเรียนการสอน เพิ่มอีก 3 โรงเรียน เป็นเวลา 3 วันเนื่องจากมีนักเรียนติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนราชวินิตประถม และโรงเรียนสตรีวิทยา 3 ขณะที่ นาย เติบ ใยเจริญ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพท.กทม.เขต 1) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ว่า โรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 มิ.ย. ภายหลังที่แพทย์ยืนยันว่าพบนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 1 ราย
นายกฯใช้เชิงรุกคุมหวัด 09
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า แม้จะพบคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะได้ใช้วิธีการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหา ที่สำคัญรัฐบาลพร้อมเปิดเผยสถานการณ์ทั้งหมดให้ทุกฝ่ายรับทราบ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ดังนั้น ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าคนที่เป็นหวัดใหญ่ธรรมดา แต่ยอมรับว่าไม่ง่ายนักที่จะป้องกันได้ทั้งหมด แต่เมื่อใช้วิธีการในเชิงรุกแล้ว จะไม่ทำให้เกิดความสูญเสีย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าประมาท ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี หมั่นล้างมือ มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ไม่เป็นปัญหา
พท.ขย่มรัฐ-ชี้รมว.สธ.บกพร่อง
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ตลอดเวลาที่มีการระบาดในต่างประเทศ ประเทศไทยดำเนินนโยบายโดยการตั้งรับตลอดมาจนมีผู้ ติดเชื้อแล้วเกือบ 200 ราย ทำให้เห็นว่ารัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.สาธารณสุข บริหารจัดการบก พร่อง ต่อหน้าที่ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลถึง 2 ชุด แต่ยังคงแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดตามการทำงานควบคุมโรคตามแนวชายแดน ทั้งที่ติดกับพม่า จีน ลาว และ มาเลเซีย รัฐบาลยังไม่มีการดำเนินการที่บูรณาการ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น โดย กำจัดการแพร่ระบาดให้ได้อย่างเด็ดขาดไม่ให้กระทบ กับเมืองท่องเที่ยวเหมือนที่เกิดกับเมืองพัทยา
วิชาญค้านซื้อเครื่องเทอร์โมสแกน
ส่วน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่กระทรวงสาธารณสุขจะซื้อเครื่องเทอร์โมสแกนไปติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อตรวจจับหาคนที่เป็นไข้หวัด เนื่องจากเครื่อง ดังกล่าวมีราคาแพงถึงเครื่องละ 5-6 แสน เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะต้องมีกี่เครื่องถึงจะได้ผล ดังนั้นวิธีการที่ดีรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจะต้องบอกความจริงกับประชาชน อย่างไม่ปิดบังและประกาศพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้เป็นพื้นที่ที่ควรระวัง อาทิ โรงภาพยนตร์ โรงเรียนกวดวิชา หรือควรปิดป้ายด้านหน้าสถานที่นั้น ๆ เพื่อให้คนได้ระวังและใช้ หน้ากากปิดหน้าเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยรัฐบาลจะต้องนำร่องให้ภาคเอกชนได้เห็นเป็นตัวอย่าง รวมถึงควรแจกหน้ากากปิดหน้าและเจล ล้างมือให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและไม่ควรให้ข้อมูลกับประชาชนว่าโรคนี้หายเองได้ เพราะถือเป็นเรื่องอันตรายมาก
โพลเผยคนไทยวิตกกังวลมาก
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 41.59% ค่อนข้างวิตกกังวลต่อโรคดังกล่าว 39.76% วิตกมาก และ 18.65% ไม่ค่อยวิตก โดยความวิตกกังวลของคนไทยต่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประชาชนส่วนใหญ่ 32.18% กังวลเนื่องจากมีลูกหลานต้องไปโรงเรียน กลัวติดเชื้อ 29.98% เห็นว่าแยกไม่ออกระหว่างเป็นไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 22.46% เห็นว่าแพร่ระบาดรวดเร็วมากในประเทศไทย 11.07% เห็นว่าไม่ค่อยรู้ข้อมูลในการป้องกันและรักษา และ 4.31% เห็นว่ากลัวว่าถ้าเกิดติดเชื้อไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไรจึงปลอดภัย
ในหัวข้อคนไทยรู้เรื่องวิธีการป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มากน้อยเพียง ใด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 47.09% พอรู้บ้าง 30.07% ไม่ค่อยรู้ 12.80% ไม่รู้เลย และ 10.04% รู้อย่างดี สำหรับความคิดเห็นวิธีป้องกันและระวังตนเองของคนไทยไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 31.90% ลดการเข้าไปบริเวณที่มีคนมากและคนอยู่อย่างแออัด 24.41% เห็นว่า ควรรักษาความสะอาดโดยเฉพาะล้างมือบ่อย ๆ 18.65% เห็น ว่า ควรหลีกเลี่ยงคนที่เป็นไข้หวัด ไอ จาม 14.97% เห็นว่า ควรดูแลสุขภาพไม่ให้เป็นหวัด และ 10.07% เห็นว่าควรติดตามข่าวสาร ศึกษาการป้องกัน
แนะรัฐออกสมุดปกขาวให้ความรู้
ส่วนการเสนอแนะของประชาชนไทยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 38.25% อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสมุดปกขาวกระจายเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตชนบท 24.88% เห็นว่า ควรมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปรณรงค์โรคนี้โดยเฉพาะในย่านชุมชน เช่น ตลาด, ท่ารถ 13.75% เห็นว่า หน่วยงานราชการควรแจกจ่ายยาแก้ไข้หวัดทั้งยาไข้หวัดธรรมดาและยาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 12.77% เห็นว่า สื่อมวลชนโดยเฉพาะโทรทัศน์ วิทยุ นสพ. ควรรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และ 10.35% เห็นว่า ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันรักษาสุขภาพและความสะอาดเพื่อไม่ให้เป็นที่แพร่เชื้อโรคไข้หวัด 2009
สั่งล้างศาลาว่าการ-สนง.เขต
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงมาตรการในการป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่านอกจาก กทม. จะจัดประชุมผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่งในกรุงเทพฯ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ผับ บาร์ โรงเรียนกวดวิชา ในวันที่ 15 มิ.ย. ที่เจเจมอลล์ ตลาดนัดจตุจักรเพื่อชี้แจงสถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ พร้อมขอความร่วมมือในการป้องกันเชื้อโรคแพร่ระบาดเพื่อทำความสะอาดสถานที่ และหมั่นเช็ดถูอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตูที่ผู้มาใช้บริการสัมผัสร่วมกันแล้ว กทม. จะจัดล้างทำความสะอาดศาลาว่าการ กทม. 1 และ 2 รวมทั้งสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง เพื่อป้องกันโรค หลังจากที่ได้ทำความสะอาดโรงเรียน กทม. ทั้ง 435 โรงไปแล้ว
นอกจากนี้จะแจกหน้ากากปิดจมูกให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด กทม. 4 แสนชิ้น รวมทั้งเผื่อแจกจ่ายประชาชนที่ต้องการเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ส่วนตัวไม่อยากให้ประชาชนตระหนกถึงโรคดังกล่าว เพราะเหมือนไข้หวัดธรรมดาและยังไม่มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทย เพียงแค่ป้องกันตนเองโดยดูแลเรื่องความสะอาด ก็หลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงเรียนนอกสังกัด กทม. เช่น โรงเรียนราชินี ได้ประสานมาขอให้กทม.ไปช่วยล้างทำความสะอาดสถานที่ให้ ซึ่งหากโรงเรียนอื่น ๆ ประสานมาอีก กทม. ก็จะจัดการให้
ผู้เชี่ยวชาญรุดเยี่ยมเด็ก รพ.ปทุม
ที่โรงพยาบาลปทุมธานี นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญโรคเด็ก ที่ปรึกษากระทรวง สาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมอาการ ของเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นพ.ทวี กล่าวว่า อยากฝากไปยังพ่อ แม่ผู้ปกครองใน 2 ประเด็นคือ ถ้าลูกหลานเจ็บป่วย ก็ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ ถึงแม้ว่าจะป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ขอให้อยู่บ้าน ถ้าป่วยมากก็มาหาหมอ ส่วนคนที่ไม่ป่วยหรือป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเป็นเชื้ออะไร ขอให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ด้าน นพ.ภูกฤษ เวชศักดา สาธารณสุข จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เด็กที่รับมา 17 รายนั้น ส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น ไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยอนุญาตให้กลับบ้านไปได้แล้ว 2 ราย และยังไม่พบว่ามีคนไข้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัด ที่หอประชุมมูลนิธิพรหมธรรมสถานสงเคราะห์ อ.สีคิ้ว จ.นคร ราชสีมา นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา เป็นประธานในการ ประชุมวิชาการ “โครงการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ” ให้กับ อสม. อ.สีคิ้ว รวม 2,140 คน ให้ทราบถึงภัยร้ายจากโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดขึ้นในประเทศไทย นพ. วิชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังระบาดขึ้นในประเทศไทยซึ่ง จ.นครราชสีมา แม้จะยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็อยากจะแนะนำวิธีป้องกันให้กับบรรดา อสม. และผู้นำชุมชนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับชาวบ้านได้รับรู้ถึงภัยของโรคดังกล่าว
เชียงใหม่ระส่ำ นศ.มช.ติดด้วย
ด้าน นพ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คนแรกของ จ.เชียงใหม่ เป็นนักศึกษาหญิงอายุ 20 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ว่า นักศึกษาคนดังกล่าวเดินทางกลับจากไปกับโครงการเวิร์กแอนด์เทลแวล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา และเดินทางถึง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 11 มิ.ย. และเริ่มมีอาการไข้ ไอ และเจ็บคออย่างแรง ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยล่าสุดผลแล็บจากห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ ระบุว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
“ในขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกเฝ้าระวังการระบาด โดยเฉพาะการสืบสวนโรคจากเพื่อนนักศึกษา 2 คน ที่เดินทางมาพร้อมกันจากสหรัฐอเมริกา และจะเร่งตรวจสอบผู้ใกล้ชิดของนักศึกษาหญิงคน ดังกล่าวใน อ.สารภี 5 คน”
ตรังกักตัว 3 ครูมะกันดูอาการ
ที่ท่าอากาศยาน จ.ตรัง บรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยวยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยมีผู้โดยสารส่วนน้อยที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้าน นพ.สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เปิดเผยว่า ผลการตรวจสารคัดหลั่ง ครูสอนภาษาชาวอเมริกัน 2 ใน 3 คน ที่เพิ่ง เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่า เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ ต้องส่งเลือดเข้าตรวจที่ศูนย์ปฏิบัติการที่ 2 กรุงเทพฯ อีกครั้ง โดยทีมแพทย์ต้องขอกักตัวผู้ป่วยทั้ง 3 รายไว้เพื่อรอผลการตรวจพิสูจน์ที่แน่ชัด
ออสเตรเลียติดเชื้อ 1,458 ราย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิด นีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า น.ส.นิโคลา โรซอน รมว.สาธารณสุขออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน ประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเป็น 1,458 ราย แล้ว ถือว่าร้ายแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นอันดับ 5 ทั่วโลก ซึ่งตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (ฮู) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อ 26,669 รายแล้วใน 74 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 145 ศพ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคเอเชียเลย.
จากกรณีเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) แพร่ระบาดไปทุกทวีปทั่วโลก จนมีผู้ติดเชื้อ 29,669 ราย ใน 74 ประเทศ เสียชีวิต 145 ราย ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (ฮู) ต้องประกาศยกระดับการเตือนภัยขึ้นสู่ระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในรอบ 41 ปี ขณะที่ประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุข ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วถึง 106 รายจนหลายฝ่ายต้องวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ยอดติดเชื้อพุ่งไม่เลิกทะลุ150ราย
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่าในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 44 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเอกชน 29 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยเก่า ส่วนผู้ป่วยใหม่มี 15 ราย รวมผู้ป่วยในประเทศ ไทยสะสมทั้งหมด 150 ราย โดยผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลปทุม ธานี 7 ราย เนื่องจากญาติมีความกังวลใจ แต่ที่มีเหตุสมควรนอนรักษามีเพียง 2 ราย เนื่องจากมีอาการไข้สูงและรับประทานอาหารได้น้อย ส่วนที่พัทยามีนอนโรงพยาบาลเพียง 1 ราย เนื่องจากมีเลือดกำเดาไหล จากการวิเคราะห์ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลและการติดตามสอดคล้องกันว่าโรคนี้อาการไม่รุนแรง และจะคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก
สธ.แนะร่วมกันทำความสะอาด
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนและทุกหน่วยงานร่วมกันทำความ สะอาดในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ ผับ บาร์ และสถานที่สาธารณะที่ประชาชนใช้บริการหนาแน่น โดยเน้นการทำความสะอาด ของใช้หรือวัตถุที่มีโอกาสจับต้องร่วมกันบ่อย ๆ เช่น โทรศัพท์สาธารณะ ราวบันได ลูกบิดประตู โต๊ะเก้าอี้ คีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยเช็ดด้วยน้ำและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และจะรณรงค์ให้ผู้มีอาการไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม เป็นพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรอายและไม่ควรรังเกียจผู้ที่สวมหน้ากากอนามัย
ชี้อย่าตื่นตระหนก95%หายเองได้
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการปฏิบัติการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้เพิ่มอีก 44 คน รวมเป็น 150 คนแต่ขอให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก เพราะผู้ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิตเพียงร้อยละ 0.1 ส่วนการรักษา จะให้ยาเพียงแค่ร้อยละ 5 ส่วนอีกร้อยละ 95 สามารถหายเองได้ หากได้รับเชื้อ โดยกลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวาน หัวใจ วัณโรค ความดันโลหิต และเด็กที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า จากการตรวจเลือดผู้ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด-18 ปี ไม่มีภูมิคุ้มกัน อายุ 19-60 ปี พบว่าในเลือดมีภูมิคุ้มกันร้อยละ 6-9 ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีภูมิคุ้มกันในเลือดร้อยละ 33 ซึ่งหมายความว่า เคยเกิดโรคนี้เกิดขึ้นมานานแล้วจึงเกิดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นผู้ที่เป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันและไม่เป็นซ้ำอีกตลอดชีวิต ส่วนวัคซีนคาดว่าจะผลิตสำเร็จ ภายใน 3 เดือน นี้และไทยจะได้รับประมาณเดือน ต.ค.
ติดหวัดปิดเรียน3วัน3โรงเรียน
ส่วน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ล่าสุดมีโรงเรียน ปิดการเรียนการสอน เพิ่มอีก 3 โรงเรียน เป็นเวลา 3 วันเนื่องจากมีนักเรียนติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนราชวินิตประถม และโรงเรียนสตรีวิทยา 3 ขณะที่ นาย เติบ ใยเจริญ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพท.กทม.เขต 1) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ว่า โรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 มิ.ย. ภายหลังที่แพทย์ยืนยันว่าพบนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 1 ราย
นายกฯใช้เชิงรุกคุมหวัด 09
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า แม้จะพบคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะได้ใช้วิธีการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหา ที่สำคัญรัฐบาลพร้อมเปิดเผยสถานการณ์ทั้งหมดให้ทุกฝ่ายรับทราบ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ดังนั้น ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าคนที่เป็นหวัดใหญ่ธรรมดา แต่ยอมรับว่าไม่ง่ายนักที่จะป้องกันได้ทั้งหมด แต่เมื่อใช้วิธีการในเชิงรุกแล้ว จะไม่ทำให้เกิดความสูญเสีย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าประมาท ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี หมั่นล้างมือ มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ไม่เป็นปัญหา
พท.ขย่มรัฐ-ชี้รมว.สธ.บกพร่อง
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ตลอดเวลาที่มีการระบาดในต่างประเทศ ประเทศไทยดำเนินนโยบายโดยการตั้งรับตลอดมาจนมีผู้ ติดเชื้อแล้วเกือบ 200 ราย ทำให้เห็นว่ารัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.สาธารณสุข บริหารจัดการบก พร่อง ต่อหน้าที่ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลถึง 2 ชุด แต่ยังคงแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดตามการทำงานควบคุมโรคตามแนวชายแดน ทั้งที่ติดกับพม่า จีน ลาว และ มาเลเซีย รัฐบาลยังไม่มีการดำเนินการที่บูรณาการ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น โดย กำจัดการแพร่ระบาดให้ได้อย่างเด็ดขาดไม่ให้กระทบ กับเมืองท่องเที่ยวเหมือนที่เกิดกับเมืองพัทยา
วิชาญค้านซื้อเครื่องเทอร์โมสแกน
ส่วน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่กระทรวงสาธารณสุขจะซื้อเครื่องเทอร์โมสแกนไปติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อตรวจจับหาคนที่เป็นไข้หวัด เนื่องจากเครื่อง ดังกล่าวมีราคาแพงถึงเครื่องละ 5-6 แสน เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะต้องมีกี่เครื่องถึงจะได้ผล ดังนั้นวิธีการที่ดีรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจะต้องบอกความจริงกับประชาชน อย่างไม่ปิดบังและประกาศพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้เป็นพื้นที่ที่ควรระวัง อาทิ โรงภาพยนตร์ โรงเรียนกวดวิชา หรือควรปิดป้ายด้านหน้าสถานที่นั้น ๆ เพื่อให้คนได้ระวังและใช้ หน้ากากปิดหน้าเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยรัฐบาลจะต้องนำร่องให้ภาคเอกชนได้เห็นเป็นตัวอย่าง รวมถึงควรแจกหน้ากากปิดหน้าและเจล ล้างมือให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและไม่ควรให้ข้อมูลกับประชาชนว่าโรคนี้หายเองได้ เพราะถือเป็นเรื่องอันตรายมาก
โพลเผยคนไทยวิตกกังวลมาก
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 41.59% ค่อนข้างวิตกกังวลต่อโรคดังกล่าว 39.76% วิตกมาก และ 18.65% ไม่ค่อยวิตก โดยความวิตกกังวลของคนไทยต่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประชาชนส่วนใหญ่ 32.18% กังวลเนื่องจากมีลูกหลานต้องไปโรงเรียน กลัวติดเชื้อ 29.98% เห็นว่าแยกไม่ออกระหว่างเป็นไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 22.46% เห็นว่าแพร่ระบาดรวดเร็วมากในประเทศไทย 11.07% เห็นว่าไม่ค่อยรู้ข้อมูลในการป้องกันและรักษา และ 4.31% เห็นว่ากลัวว่าถ้าเกิดติดเชื้อไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไรจึงปลอดภัย
ในหัวข้อคนไทยรู้เรื่องวิธีการป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มากน้อยเพียง ใด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 47.09% พอรู้บ้าง 30.07% ไม่ค่อยรู้ 12.80% ไม่รู้เลย และ 10.04% รู้อย่างดี สำหรับความคิดเห็นวิธีป้องกันและระวังตนเองของคนไทยไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 31.90% ลดการเข้าไปบริเวณที่มีคนมากและคนอยู่อย่างแออัด 24.41% เห็นว่า ควรรักษาความสะอาดโดยเฉพาะล้างมือบ่อย ๆ 18.65% เห็น ว่า ควรหลีกเลี่ยงคนที่เป็นไข้หวัด ไอ จาม 14.97% เห็นว่า ควรดูแลสุขภาพไม่ให้เป็นหวัด และ 10.07% เห็นว่าควรติดตามข่าวสาร ศึกษาการป้องกัน
แนะรัฐออกสมุดปกขาวให้ความรู้
ส่วนการเสนอแนะของประชาชนไทยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 38.25% อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสมุดปกขาวกระจายเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตชนบท 24.88% เห็นว่า ควรมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปรณรงค์โรคนี้โดยเฉพาะในย่านชุมชน เช่น ตลาด, ท่ารถ 13.75% เห็นว่า หน่วยงานราชการควรแจกจ่ายยาแก้ไข้หวัดทั้งยาไข้หวัดธรรมดาและยาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 12.77% เห็นว่า สื่อมวลชนโดยเฉพาะโทรทัศน์ วิทยุ นสพ. ควรรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และ 10.35% เห็นว่า ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันรักษาสุขภาพและความสะอาดเพื่อไม่ให้เป็นที่แพร่เชื้อโรคไข้หวัด 2009
สั่งล้างศาลาว่าการ-สนง.เขต
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงมาตรการในการป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่านอกจาก กทม. จะจัดประชุมผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่งในกรุงเทพฯ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ผับ บาร์ โรงเรียนกวดวิชา ในวันที่ 15 มิ.ย. ที่เจเจมอลล์ ตลาดนัดจตุจักรเพื่อชี้แจงสถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ พร้อมขอความร่วมมือในการป้องกันเชื้อโรคแพร่ระบาดเพื่อทำความสะอาดสถานที่ และหมั่นเช็ดถูอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตูที่ผู้มาใช้บริการสัมผัสร่วมกันแล้ว กทม. จะจัดล้างทำความสะอาดศาลาว่าการ กทม. 1 และ 2 รวมทั้งสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง เพื่อป้องกันโรค หลังจากที่ได้ทำความสะอาดโรงเรียน กทม. ทั้ง 435 โรงไปแล้ว
นอกจากนี้จะแจกหน้ากากปิดจมูกให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด กทม. 4 แสนชิ้น รวมทั้งเผื่อแจกจ่ายประชาชนที่ต้องการเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ส่วนตัวไม่อยากให้ประชาชนตระหนกถึงโรคดังกล่าว เพราะเหมือนไข้หวัดธรรมดาและยังไม่มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทย เพียงแค่ป้องกันตนเองโดยดูแลเรื่องความสะอาด ก็หลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงเรียนนอกสังกัด กทม. เช่น โรงเรียนราชินี ได้ประสานมาขอให้กทม.ไปช่วยล้างทำความสะอาดสถานที่ให้ ซึ่งหากโรงเรียนอื่น ๆ ประสานมาอีก กทม. ก็จะจัดการให้
ผู้เชี่ยวชาญรุดเยี่ยมเด็ก รพ.ปทุม
ที่โรงพยาบาลปทุมธานี นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญโรคเด็ก ที่ปรึกษากระทรวง สาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมอาการ ของเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นพ.ทวี กล่าวว่า อยากฝากไปยังพ่อ แม่ผู้ปกครองใน 2 ประเด็นคือ ถ้าลูกหลานเจ็บป่วย ก็ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ ถึงแม้ว่าจะป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ขอให้อยู่บ้าน ถ้าป่วยมากก็มาหาหมอ ส่วนคนที่ไม่ป่วยหรือป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเป็นเชื้ออะไร ขอให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ด้าน นพ.ภูกฤษ เวชศักดา สาธารณสุข จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เด็กที่รับมา 17 รายนั้น ส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น ไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยอนุญาตให้กลับบ้านไปได้แล้ว 2 ราย และยังไม่พบว่ามีคนไข้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัด ที่หอประชุมมูลนิธิพรหมธรรมสถานสงเคราะห์ อ.สีคิ้ว จ.นคร ราชสีมา นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา เป็นประธานในการ ประชุมวิชาการ “โครงการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ” ให้กับ อสม. อ.สีคิ้ว รวม 2,140 คน ให้ทราบถึงภัยร้ายจากโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดขึ้นในประเทศไทย นพ. วิชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังระบาดขึ้นในประเทศไทยซึ่ง จ.นครราชสีมา แม้จะยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็อยากจะแนะนำวิธีป้องกันให้กับบรรดา อสม. และผู้นำชุมชนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับชาวบ้านได้รับรู้ถึงภัยของโรคดังกล่าว
เชียงใหม่ระส่ำ นศ.มช.ติดด้วย
ด้าน นพ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คนแรกของ จ.เชียงใหม่ เป็นนักศึกษาหญิงอายุ 20 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ว่า นักศึกษาคนดังกล่าวเดินทางกลับจากไปกับโครงการเวิร์กแอนด์เทลแวล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา และเดินทางถึง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 11 มิ.ย. และเริ่มมีอาการไข้ ไอ และเจ็บคออย่างแรง ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยล่าสุดผลแล็บจากห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ ระบุว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
“ในขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกเฝ้าระวังการระบาด โดยเฉพาะการสืบสวนโรคจากเพื่อนนักศึกษา 2 คน ที่เดินทางมาพร้อมกันจากสหรัฐอเมริกา และจะเร่งตรวจสอบผู้ใกล้ชิดของนักศึกษาหญิงคน ดังกล่าวใน อ.สารภี 5 คน”
ตรังกักตัว 3 ครูมะกันดูอาการ
ที่ท่าอากาศยาน จ.ตรัง บรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยวยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยมีผู้โดยสารส่วนน้อยที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้าน นพ.สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เปิดเผยว่า ผลการตรวจสารคัดหลั่ง ครูสอนภาษาชาวอเมริกัน 2 ใน 3 คน ที่เพิ่ง เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่า เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ ต้องส่งเลือดเข้าตรวจที่ศูนย์ปฏิบัติการที่ 2 กรุงเทพฯ อีกครั้ง โดยทีมแพทย์ต้องขอกักตัวผู้ป่วยทั้ง 3 รายไว้เพื่อรอผลการตรวจพิสูจน์ที่แน่ชัด
ออสเตรเลียติดเชื้อ 1,458 ราย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิด นีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า น.ส.นิโคลา โรซอน รมว.สาธารณสุขออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน ประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเป็น 1,458 ราย แล้ว ถือว่าร้ายแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นอันดับ 5 ทั่วโลก ซึ่งตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (ฮู) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อ 26,669 รายแล้วใน 74 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 145 ศพ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคเอเชียเลย.