สธ.แจงยอดผู้ติดหวัด2009 พุ่ง310ราย - ไข้หวัดใหญ่ 2009 [Influenza A(H1N1)]

Tuesday, June 16, 2009 at 12:50 PM

คมชัดลึก :ยอดผู้ป่วยหวัด 2009 พุ่ง รมช.สธ.เผย ติดเชื้อล่าสุด 310 ราย เตรียมแยกผู้ป่วยเพื่อให้ยาต้านไวรัส เตือนประชาชนอย่างเพิ่งตกใจ ระบุ ยอดเสียชีวิตน้อย ใกล้เคียงกับ ไข้หวัดทั่วไป แนะผู้ติดเชื้อ พักรักษาตัวที่บ้าน ไม่ต้องไปโรงเรียนหรือทำงาน

(16มิ.ย.) นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวก่อนการประชุมครม.ถึงสถานการณ์ระบาดของให้หวัดใหม่ 2009 ว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (16 มิ.ย.52) จะมีการประชุมแพทย์ทั่วประเทศเพื่อรับมือและทำความเข้าใจ พร้อมทั้งหามาตรการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัด 2009 นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะมีการแจกสมุดปกเขียวจำนวน 1 ล้านเล่ม ให้ประชาชนในกทม.และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในหนังสือจะเป็นการบอกวิธีการปฏิบัติและป้องกันตัวเองจากการติดไข้หวัด 2009 เชื่อว่าหลังจากมีการแจกเอกสารและทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วสถานการณ์การ แพร่กระจายในประเทศไทยคงจะลดลง

ขณะนี้มียอดจำนวนผู้ติดเชื้อล่า สุด รวม 310 ราย โดย 109 รายแรกพบการติดเชื้อในช่วงการแพร่กระจายในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาและอยู่ในระหว่างการรักษา ส่วนอีก 201 รายเป็นผู้ที่เพิ่งติดเชื้อพบ ดังนั้นภายในวันนี้ (16 มิ.ย.52) กระทรวงสาธารณะสุขจะมีการแยกผู้ป่วยทั้งหมด 310 ราย เพื่อรักษาตามอาการ โดยหากพบว่าเป็นผู้ป่วยสูงอายุ และมีอาการเรื้อรังก็รักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ส่วนผู้ป่วยที่เพิ่งติดเชื้อก็ให้ยาเหมือนกับการรักษาไข้หวัดทั่วไป แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายมานิต กล่าวว่า ประชาชนอย่าเพิ่งตกใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้เพราะกระทรวงสาธารสุข สามารถป้องกันและรักษาได้ หากพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูงให้รีบไปพบแพทย์ทันที และล้างมือให้สะอาดตลอดเวลา ส่วนสถาบันการศึกษาและสถานกวดวิชา หากพบว่ามีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดสายพันธ์ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทาง โรงเรียนว่าจะสั่งปิดหรือไม่ และอยากแนะนำให้เด็กที่ติดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ให้นอนพักผ่อนอยู่บ้านไม่ต้องไปโรงเรียน หรือไปทำงาน และรักษาตัวตามแพทย์สั่งจะเป็นการดีที่สุด

“ประชาชนไม่ต้องห่วง เพราะอัตราการเสียชีวิตด้วยไข้หวัด 2009 มีอัตราใกล้เคียงกับไข้หวัดทั่วไป คือ 0.5-0.6% ต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยเมื่อปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยไข้หวัดทั้งหมด 1.74 หมื่นราย เฉลี่ยเดือนละ 1.3 พันราย แต่มีอัตราการเสียชีวิตเพียง 0.7% เท่านั้น จึงถือว่าอัตราการเสียชีวิตน้อยมาก ดังนั้นจึงอยากให้ระมัดระวังตัวจะดีที่สุด โดยมั่นทำความสะอาดที่ถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือ ที่บ้าน” นายมานิต กล่าว

เมื่อถามว่าจำนวนยอดผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นยา ต้านไวรัสจะมีเพียงพอหรือไม่ นายมานิต กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมียาสำรองเพียงพอในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่กระจายได้ อยู่แล้ว โดยเราจะให้ยาต้านไวรัสเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ และเรื้อรังเท่านั้น ส่วนรายอื่นๆ จะรักษาตามอาการโดยให้ยาเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่เมื่อพบว่ามีอาการไข้ขั้นสูงต้องรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนินๆ

เมื่อ ถามว่าจะมีการทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลอย่างไร เพราะบางแห่งไม่รับตรวจผู้ป่วย นายมานิต กล่าวว่า โรงพยาบาลทุกแห่งรับตรวจอยู่แล้ว แต่จะตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการไข้ขึ้นสูงก่อนเท่านั้น เพื่อจะได้รักษาอาการได้ทัน

Related Posts:

Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top