วันที่ 18 มิถุนายน 2552 13:24 โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
กสิกรไทยเผยพิษหวัดใหญ่ 2009 ทำท่องเที่ยวทรุด ฉุดเศรษฐกิจในปีนี้ลดลง 0.1-0.3% แนะรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้ หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2552 ลดลง 0.1-0.3% จากที่คาดไว้ว่าทั้งปีจีดีพี จะติดลบราว 3.5-6% โดยธุรกิจท่องเที่ยว ค้าปลีก และบันเทิง ได้รับผลกระทบมากน้อยตามลำดับ
ทั้งนี้ มองว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไป แล้วในช่วงไตรมาส 1/52 ที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหดตัวถึง 7.1% แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ของ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แพร่กระจายในประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเหมือนในกรณีโรคซาร์ส
การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว อาจสร้างผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการดำเนินชีวิต และการจับจ่ายใช้สอย เช่น ในด้านสันทนาการและการท่องเที่ยว เพราะอาจสร้างความกังวลต่อประชาชนที่พยายามหลีกเลี่ยงหรือลดการทำกิจกรรมใน สถานที่ปิด หรือสถานที่มีผู้คนแออัด พลุกพล่าน โดยธุรกิจที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบค่อนข้างมากคือ การท่องเที่ยว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งอาจหลีกเลี่ยงการเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากกังวลต่อโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน ซึ่งมีกรณีที่ติดเชื้อหลังจากมาท่องเที่ยวที่พัทยา ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยที่กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคอาจหลีกเลี่ยงการเดิน ทางในระยะนี้ ส่วนธุรกิจค้าปลีกอาจกระทบยอดขายของห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ธุรกิจบริการโดยสารสาธารณะ และกิจกรรมอื่นๆ ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด พลุกพล่าน
ทั้งนี้ คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมมูลค่าประมาณ 9,000-28,000 ล้านบาท โดย 65% เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งอาจมีผลทำให้เศรษฐกิจปี 52 ลดลง 0.1-0.3% จากที่เคยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะหดตัวที่ 3.5%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/52 ลดลงประมาณ 0.2-0.3% จากที่คาดว่าเศรษฐกิจอาจหดตัวที่ 5.6% ละส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไตรมาส 3/52 ลดลงประมาณ 0.2-0.9% จากที่คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว ที่ 4%
ทั้งนี้ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจจะรุนแรงกว่าการประเมิน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและยาวนานของการระบาดของโรค แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะ ยังไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ยังคาดว่าจะหดตัว 3.5-6% ซึ่งเป็นกรอบที่น่าจะสามารถรองรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่นี้ในขั้นรุนแรงได้
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยัง ได้เสนอแนะให้ภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใส รวมทั้งมีมาตรการรณรงค์สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในการป้องกันการติดต่อ ของโรค เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและชาวต่างชาติต่อแนวทาง ปฏิบัติและมาตรการรับมือของประเทศไทย
กสิกรไทยเผยพิษหวัดใหญ่ 2009 ทำท่องเที่ยวทรุด ฉุดเศรษฐกิจในปีนี้ลดลง 0.1-0.3% แนะรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้ หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2552 ลดลง 0.1-0.3% จากที่คาดไว้ว่าทั้งปีจีดีพี จะติดลบราว 3.5-6% โดยธุรกิจท่องเที่ยว ค้าปลีก และบันเทิง ได้รับผลกระทบมากน้อยตามลำดับ
ทั้งนี้ มองว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไป แล้วในช่วงไตรมาส 1/52 ที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหดตัวถึง 7.1% แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ของ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แพร่กระจายในประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเหมือนในกรณีโรคซาร์ส
การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว อาจสร้างผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการดำเนินชีวิต และการจับจ่ายใช้สอย เช่น ในด้านสันทนาการและการท่องเที่ยว เพราะอาจสร้างความกังวลต่อประชาชนที่พยายามหลีกเลี่ยงหรือลดการทำกิจกรรมใน สถานที่ปิด หรือสถานที่มีผู้คนแออัด พลุกพล่าน โดยธุรกิจที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบค่อนข้างมากคือ การท่องเที่ยว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งอาจหลีกเลี่ยงการเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากกังวลต่อโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน ซึ่งมีกรณีที่ติดเชื้อหลังจากมาท่องเที่ยวที่พัทยา ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยที่กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคอาจหลีกเลี่ยงการเดิน ทางในระยะนี้ ส่วนธุรกิจค้าปลีกอาจกระทบยอดขายของห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ธุรกิจบริการโดยสารสาธารณะ และกิจกรรมอื่นๆ ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด พลุกพล่าน
ทั้งนี้ คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมมูลค่าประมาณ 9,000-28,000 ล้านบาท โดย 65% เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งอาจมีผลทำให้เศรษฐกิจปี 52 ลดลง 0.1-0.3% จากที่เคยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะหดตัวที่ 3.5%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/52 ลดลงประมาณ 0.2-0.3% จากที่คาดว่าเศรษฐกิจอาจหดตัวที่ 5.6% ละส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไตรมาส 3/52 ลดลงประมาณ 0.2-0.9% จากที่คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว ที่ 4%
ทั้งนี้ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจจะรุนแรงกว่าการประเมิน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและยาวนานของการระบาดของโรค แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะ ยังไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ยังคาดว่าจะหดตัว 3.5-6% ซึ่งเป็นกรอบที่น่าจะสามารถรองรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่นี้ในขั้นรุนแรงได้
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยัง ได้เสนอแนะให้ภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใส รวมทั้งมีมาตรการรณรงค์สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในการป้องกันการติดต่อ ของโรค เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและชาวต่างชาติต่อแนวทาง ปฏิบัติและมาตรการรับมือของประเทศไทย