"อภิสิทธิ์”โชว์ฟิตพิชิตหวัด-หัวใจปกติ - ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 [Influenza A(H1N1)]

Wednesday, June 17, 2009 at 4:17 PM

คมชัดลึก : “นายกฯ”โชว์ฟิตพิชิตหวัด ความดัน-หัวใจปกติ ยิ้มรับมีพุงนิดหน่อยแต่ไม่เกินมาตรฐาน พร้อม กำชับเน้นเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงติดหวัดใหญ่ 2009 ระบุตัวเลขยอดผู้ติดเชื้ออาจพุ่งขึ้นอีกระยะ แต่มั่นใจสธ.จะควบคุมการแพร่ระบาดได้ ขณะที่ยอดผู้ป่วยหวัดวันนี้เพิ่ม95รายพุ่ง405ราย ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดยังคงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

(17มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินลงมาร่วมกิจกรรม “ สุขภาพฟิต พิชิตหวัด ” ที่จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีนพ.ประกิต วาทีสาทกกิจ ที่ปรึกษา สสส. ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถอดเสื้อสูทเพื่อให้แพทย์วัดความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่านายกรัฐมนตรีมีความดันอยู่ที่ 130/96 และอัตราการเต้นของหัวใจ 71 ครั้งต่อนาที ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และได้ให้แพทย์วัดรอบเอวเพื่อวัดความหนารอบเอว ผลปรากฏว่านายกรัฐมนตรีมีขนาดรอบเอว 78 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะชายไทยปกติจะมีรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร โดยนายกรัฐมนตรีได้หันมาพูดหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “มีรอบเอว 78 เท่าผมหรือเปล่า ผมมีพุงนิดหหน่อยแต่ไม่เกินมาตรฐาน”

ต่อมา นายกรัฐมนตรีได้เดินชมนิทรรศการของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งนี้ ทาง สสส.ได้มอบชุดป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ประกอบด้วย เจลล้างมือและหน้ากากปิดจมูก พร้อมด้วยคู่มือให้คำแนะนำในการป้องกันโรคดังกล่าว ให้กับนายกรัฐมนตรี ขณะที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มอบยาหม่องชิงเฮาและครีมทาป้องกันยุงกัดให้กับนายกฯด้วยเช่นกัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ว่า คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะพุ่งขึ้นอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขต้องทำงานเข้มข้นมากขึ้น เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อก็ต้องดูแลอย่างถูกต้อง และป้องกันไม่ให้อยู่ในสถานที่ที่จะไปแพร่ระบาด

เมื่อถามว่ามีการคาดการณ์ว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ คือ เฝ้าระวังดูแลเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ป่วยเป็นโรคอื่น ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เราต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับยังโรงพยาบาลต่างๆแล้ว ทั้งนี้ตนเข้าใจว่ามีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนให้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ ซึ่งขอให้ประชาชนทั่วไปป้องกันตัวเองเหมือนป้องกันโรคไข้หวัดธรรมดา ส่วนแพทย์ก็มีการซักซ้อมเรื่องการดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน สถานประกอบการต่างๆ และสถานศึกษา ต้องช่วยกันดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ทางที่ดีที่สุด ใครที่มีอาการป่วยอย่าไปในที่สาธารณะ

ต่อข้อถามว่าตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นถือว่าเป็นตัวสะท้อนว่ารัฐบาลล้มเหลวในการป้องกันโรคนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โรคนี้ ในช่วงแรกที่ติดเชื้อนี้จะยังไม่มีอาการ จึงตรวจไม่พบ ฉะนั้น การตรวจสอบจะให้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์คงทำได้ยาก และจะมีช่วงระยะหนึ่งที่ตัวเลขจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ เราต้องรีบเข้าไปดูแล

เมื่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอดูตัวเลขในแต่ละวัน ก็จะเห็นแนวโน้ม ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง ส่วนมาตรการดำเนินการนั้นจะทำตามมาตรฐานสากล ขณะนี้ยังไม่มีคำแนะนำให้จำกัดการเดินทาง เมื่อถามต่อว่าเกรงว่าจะเกิดการระบาดหนักจนถึงขั้นไม่สามารถควบคุมได้หรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะจากที่ดูในหลายประเทศที่มีการระบาด พบว่าเมื่อตัวเลขพุ่งสูงขึ้นไปที่ระยะหนึ่ง พอถึงจุดหนึ่งจะนิ่ง และจะค่อยๆลดระดับลง

ขณะที่ยอดผู้ป่วยหวัดวันนี้เพิ่ม95รายพุ่ง405ราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.00 น. ภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์ควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ซึ่งมี นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 อีก 95 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 3 ราย กลุ่มนักเรียน 88 ราย และประชาชน 4 ราย ส่วนใหญ่รักษาตัวที่บ้าน รับไว้พักรักษาในโรงพยาบาลเพียง 12 ราย ทุกรายอาการดีไม่น่าห่วง สรุปตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงวันนี้ มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ฯ สะสม 405 ราย เฉลี่ยวันละ 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะดูแลเต็มที่ และในการรายงานสถานการณ์โรค กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะให้ข้อมูลในทุกจังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะไม่การปกปิดข้อมูล

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 มิ.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข จะเดินทางไปแจกหนังสือปกเขียว “รู้เท่าทันเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่” ที่พิมพ์ออกมารอบแรกประมาณ 1 หมื่นเล่มที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากนั้นจะมีการทยอยแจกจ่ายไปสู่พี่น้องประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ไม่ได้ต้วมเตี้ยมอย่างที่สื่อมวลชนบางแห่งระบุแต่อย่างใด

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า การที่ไทยพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นทุกวัน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบการป้องกันควบคุมโรคของประเทศ มิได้หมายความว่าการทำงานล้มเหลว การตรวจตัวอย่างยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามแนวโน้มของการแพร่เชื้อ รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลวิชาการ ทั้งระดับประเทศและโลก โดยผลการตรวจยืนยันแต่ละวันอาจพบมากหรือน้อยแตกต่างกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจที่มาของตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวัน

นพ.ปราชญ์กล่าวต่อว่า ในขณะนี้พบผู้ป่วยสะสมใน 32 จังหวัด ผู้ป่วยร้อยละ 34 อยู่ในภาคกลาง จำนวนผู้ป่วยมากที่สุดใน กทม. พบเด็กป่วยในโรงเรียน 32 แห่ง ผู้ป่วยทุกรายได้รับการดูแลรักษาเพื่อควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดที่สุด และได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่ว ประเทศ เร่งการป้องกันควบคุมโรค เน้นการประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องโรค การป้องกันตัว การดูแลเมื่อป่วย แก่ประชาชนทุกช่องทาง และใช้หอกระจายข่าวทุกหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิยังมีความจำเป็นอยู่ เพราะสามารถตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศได้ อย่างไรก็ตามการจะจัดซื้อหรือไม่ ทางศูนย์อำนวยการฯคงมาพูดคุยกัน ก่อนที่จะนำเสนอไปยัง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ

นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะทำงานฝ่ายวิชาการ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ กล่าวว่า แผนการจัดการปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ต้องดำเนินการอย่างค่อยค่อยไปเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ซึ่งในประเทศสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พบว่าประชาชนสหรัฐฯ มีความเป็นห่วงต่อโรคนี้ถึง 24% แต่ในเดือนมิถุนายน ลดลงเหลือ 8% เท่านั้นโดยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นยังคงเท่าเดิม ภายหลังจากที่รับทราบสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและภาวะโรคไม่รุนแรง ซึ่งในช่วงแรกมีการรายงานอัตราการเสียชีวิตของโรคไข้หวัดสาย พันธุ์ใหม่อยู่ที่ 6.8% แต่ขณะนี้เหลือเพียงแค่ 0.4% เท่านั้น ซึ่งในบางประเทศมีเพียงแค่ 0.1% ขณะที่ประเทศไทยยังมีอัตราอยู่ที่ 0% เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียชีวิต

เมื่อเปรียบเทียบกับโรคไข้หวัดใหญ่ พบว่า ทั่วโลกมีประชากรร่วม 6,500 ล้านคน จะมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ 1,000 ล้านคน ในจำนวนนี้ 100 ล้านคน จะมีอาการป่วย โดย 300-500 ล้านคน จะมีการป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 250,000-500,000 คน ส่วนประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 3-4 ล้านคนต่อปี ในจำนวนนี้ต้องเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยนอก 900,000 คน และเป็นผู้ป่วยในต้องนอนโรงพยาบาล 36,000 คน ซึ่งมีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 320 คนต่อปี

นพ.ทวี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ใน 1 วัน คาดการณ์ว่า มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจประมาณ 2 แสนคน จากที่เราพบคือ 100 คนจะพบผู้ป่วยประมาณ 21 % ที่เหลือเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล หรือเกิดจากเชื้อตัวอื่น ดังนั้นจะตรวจคนไข้ทั้ง 2 แสนคนเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการตรวจยืนยันจะตรวจเฉพาะคนไข้ที่มีอาการหนัก รวมถึงกรณีที่พบผู้ป่วยเป็นกลุ่ม ทั้งนี้ตนได้รับเชิญจากองค์การอนามัยโลก ให้ไปพูดถึงการให้ยาต้านไวรัสกับผู้ป่วยชาวไทย เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ในฐานะประเทศกำลังพัฒนา ให้กับคณะแพทย์ขององค์การอนามัยโลกฟัง เนื่องจากไทยมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ผ่านมา โดยตนจะเดินทางไปนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้

นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ยังคงมีการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่องอินฟาเรด เทอร์โม สแกนเนอร์ และแจกบัตรแนะนำสุขภาพ แต่จะปรับมาตรการ โดยจะตั้งจุดตรวจรักษา 1 จุด มีแพทย์พยาบาลประจำการ 24 ชั่วโมง โดยติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร ทั้งภาษาไทยและอังกฤษทุกประตู เพื่อแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ไอ มารับการตรวจรักษาที่จุดดังกล่าว หากอาการรุนแรงจะส่งรักษาต่อในโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและติดตามอาการทุกวัน

ส่วนการกรอกแบบสอบถามสุขภาพ หรือ ต 8 ซึ่งให้ผู้โดยสารกรอกเองก่อนลงเครื่อง จะยกเลิก เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่าการกรอกข้อมูลไม่ตรงกับความจริงทำให้ ประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังป้องกันโรคน้อย ทั้งนี้จะมีการนำชุดทดสอบเบื้องต้นซึ่งให้ผลเร็วมาใช้กับผู้ป่วยที่เดินผ่าน เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือ อินฟาเรด เทอร์โม สแกนเนอร์ แล้วพบว่าเป็นไข้ จะใช้ชุดทดสอบเร็วหากได้ผลเป็นบวกจะเก็บตัวอย่างส่งตรวจกรมวิทยาศาสตร์การ แพทย์ เพื่อเป็นการลดภาระของเจ้าหน้าที่ของปฏิบัติการ(แล็บ)ของกรมวิทยาศาสตร์การ แพทย์ที่จะตรวจยืนยัน

นายวัฒนา อู่วาณิชย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการเก็บตัวอย่างจาก รพ.เอกชน ส่งมาตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มากผิดปกติ ประมาณ 150-200 ตัวอย่างต่อวัน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะพ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกไปตรวจ ทำให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทยอยตรวจ จากเดิมทราบผลใน 24 ชั่วโมง อาจเพิ่มเป็น 2 วัน

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีประชาชนบางพื้นที่แห่ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่โรงพยาบาลเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในขณะนี้ เป็นวัคซีนที่ป้องกันได้เฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลหรือไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ซึ่งมีผลป้องกันโรคได้ 1 ปี วัคซีนตัวนี้ไม่มีผลในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ อีกทั้งทั่วโลกยังไม่สามารถผลิตวัคซีนชนิดนี้ได้ วัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาล เพื่อลดจำนวนการเจ็บป่วยและโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยลง ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ฟรีจำนวน 2 ล้านโด๊ส โดยเน้นฉีดให้กลุ่มเสี่ยงก่อน ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ต่างๆ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเริ่มทยอยฉีดตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2552 เป็นต้นไป ส่วนในกลุ่มของประชาชนทั่วไป ไม่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกัน

ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดยังคงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาร์เจนตินา แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่อีก 3 คนทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 4 คนแล้ว หลังจากเพิ่งมีการยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าเด็กทารกวัย 3 เดือนเสียชีวิตด้วยโรคนี้เป็นรายแรกของประเทศ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 871 คน

ส่วนเม็กซิโกแจ้งยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 คนรวมเป็น 113 คน และผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 6,970 คน และแคนาดา มีผู้เสียชีวิตอีก 2 คนรวมเป็น 9 คนแล้ว และผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4,049 คน

ขณะที่ซามัว ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ โดยผู้ป่วยรายนี้เป็น 1 ในนักศึกษาและครูชาวออสเตรเลีย ีรวม 29 คนจากโรงเรียนในเมืองเมลเบิร์นที่เดินทางมาทัศนศึกษาที่นี่

ส่วนรัฐฟลอริดาของสหรัฐมีผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ ทำให้ยอดเสียชีวิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 47 คน และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเมื่อวานนี้อนุมัติเงินฉุกเฉินสำหรับต่อสู้กับ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่นี้ จำนวน 7,700 ล้านดอลลาร์ โดยเงินก้อนนี้รวมอยู่ในร่างงบประมาณฉุกเฉินทั้งหมด 1 แสน 6 พันล้านดอลลาร์ที่จัดสรรสำหรับใช้ในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน และเป็นเงินสนับสนุนเข้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศด้วย

สาธิตสวนสุนันทา ติดเชื้อหวัดใหญ่กลุ่มเอปิด3 วัน

รศ.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สวนสุนันทา) กล่าวว่า ได้สั่งปิดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรายภัฏสวนสุนันทาตั้งแต่วันที่ 17-19 มิ.ย.เนื่องจากได้รับแจ้งว่า พบเด็กที่มีอาการเป็นไข้ 1 ราย ซึ่งผู้ปกครองได้นำตัวนักเรียนไปตรวจอาการตั้งแต่วันเสาร์ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ผลปรากฎว่า เด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม เอ ไม่ใช่เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ ขณะนี้ผู้ปกครองก็ได้ให้เด็กหยุดพักที่บ้านไม่ได้มาเรียนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การปิดเรียนครั้งนี้เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองหลายฃคน ที่มีความวิตกกังวล

“ตั้งแต่มีข่าวกรณีโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล พบผู้ติดเชื้อ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ทั้งโรงเรียนสาธิต และ มรภ.สวนสุนันทา ทำความสะอาดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (17 มิ.ย.) ก็ได้มีการทำความสะอาดกันอีกครั้งหนึ่งในทุก ๆ จุด พร้อมทั้งเรียกคณบดี ครู ผู้บริหาร มาประชุมกำชับเรื่องดังกล่าว และได้สั่งการแม่บ้านทำความสะอาดจัดหาน้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าเชื้อ ไว้ในห้องน้ำด้วย”รศ.ช่วงโชติ กล่าว

ด้านนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ( กอศ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากมีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 15 มิ.ย. 52 แจ้งย้ำและกำชับ ทุกวิทยาลัย ทั้ง 415 แห่ง ทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะการป้องกันตามขั้นตอนการเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการของ สธ. อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ ตลอดจนให้โรงเรียนประสานกับสาธาณสุขจังหวัด ในกรณีที่พบเด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ฯ หรือ พบเด็กอยู่ในข่ายต้องสงสัย เพื่อฟังคำแนะนำจาก สธ.อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีนักเรียน นักศึกษา ที่ติดเชื้อหรือพบนักเรียน นักศึกษา อยู่ในข่ายต้องสงสัยต้องเฝ้าระวัง ให้รีบรายงานมายัง สอศ. ทันที

นายเฉลียว กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากพบว่ามีนักเรียน นักศึกษา มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ขึ้นสูง หรือมีการไอและจาม ให้อาจารย์ดูแลอย่างใกล้ชิดและให้รีบนำส่งแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ฯ หรือไม่ ขณะเดียวกันอาจารย์จะต้องให้คำแนะนำการปฏิบัติต่างๆ กับผู้ปกครองและชุมชนใกล้เคียงกับสถานศึกษาด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ

นศ.มช.ที่ติดเชื้อไข้หวัดดีขึ้นเป็นปกติแล้ว

ทพ.นพ.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจ.เชียงใหม่ เปิดเผยถึงอาการของนักศึกษาหญิง ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังเดินทางกลับจากเดินทางไปโครงการ work and travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า อากาศโดยรวมดีขึ้นจนเป็นปกติแล้วคาดว่าแพทย์อาจจะอนุญาตให้กลับบ้านได้เร็วๆ นี้ สำหรับบุคคลใกล้ชิด ทั้งญาติ 5 คน และเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแม้ผลการตรวจเชื้อทางห้องปฎิบัติการยังไม่ ออกมาก็ตาม

ส่วนนักเรียนจากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นญาติอีกหนึ่งคน เบื้องต้นจากข้อมูลเด็กนักเรียนไม่ได้ไปรับนักศึกษาคนแรกที่ติดเชื้อที่สนาม บิน อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีอาการอะไรมากแต่ได้ให้นักเรียนคนดังกล่าวหยุดเรียนไป แล้ว

ลือพบไกด์หนุ่มชียงใหม่ป่วยหวัดเพิ่มอีก 1 ราย

ทพ.ดร.สุรสิงห์ เปิดเผยด้วยว่าขณะนี้มีข่าวว่ามีผู้ติด เชื้อในจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย เป็นมัคคุเทศน์ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ยืนยันยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มนอกเหนือไปจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่พบผู้ป่วยมีการต้องสงสัยถูกจัดเข้าอยู่ในข่ายเฝ้าระวังเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นมัคคุเทศน์ แต่ได้เลิกอาชีพตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดชายดังกล่าวมีอาการป่วยเข้าข่าย แต่ไม่มีประวัติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำลังรอผลตรวจจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อยืนยันอีกครั้ง โดยคาดว่าจะได้ผลตรวจเร็วที่สุดในวันที่ 18 มิ.ย. นี้

ทพ.ดร.สุรสิงห์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ สสจ.เชียงใหม่ได้เรียกประชุมกรรมการศูนย์ปฎิบัติการไข้หวัดใหญ่ จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฯลฯ โดยมีนายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ เป็นประธาน เพื่อวางมาตรการเชิงรุก

รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า ในเวลา 13.00 น.วันนี้ (17มิ.ย.) สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ได้เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงใน จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมรับฟังการประชุมทางไกล เพื่อชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ (เอช1เอ็น1) ณ ห้องประชุมสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ถนนประชาสัมพันธ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สสจ.เชียงใหม่สั่งตรวจสอบคลีนิคโฆษณาเกินจริงอ้างมีวัคซีนป้องกันหวัด

ทพ.ดร.สุรสิงห์ ยังระบุด้วยว่า ทราบข่าวว่ามีคลีนิคบางแห่งฉวยโอกาสโฆษณาชวน เชื่อว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ปกติสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ จนทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดและพากันไปฉีดวัคซีนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ผู้ว่าฯ พิษณุโลกออกเสียงตามสาย1,000 หมู่บ้านแจงหวัด

เมื่อเวลา 06.00 - 07.00 น . วันที่ 17 มิ.ย.2552 ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.พิษณุโลก นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ออกอากาศรายการ ”ผู้ว่าฯพบประชาชน” ที่มีการถ่ายถอดสัญญาณวิทยุ ไปยังหอกระจายข่าว 1,000 หมู่บ้าน ใน 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยเน้นย้ำในเรื่องเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายจังหวัดของประเทศไทยว่า ชาว จ.พิษณุโลก ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ขอให้ตระหนักและไม่ประมาท เนื่องจากการแพร่เชื้อเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ที่ระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปีอยู่แล้ว อีกทั้งอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ก็ต่ำมาก

นายปรีชา กล่าวอีกว่า ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน เพราะโอกาสที่จะมีการแพร่ระบาดในจังหวัดพิษณุโลก ก็มีความเป็นไปได้ เพราะเชื้อกระจายอยู่ในอากาศ และมากับคน จึงขอให้ประชาชนหมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อทำร่างกายให้แข็งแรง ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดทั่วไป วิธีที่ดีที่สุด ถ้าประชาชนป่วยเป็นไข้หวัด ควรหาหน้ากากอนามัยมาปิดปาก ปิดจมูก เพื่อลดการแพร่เชื้อหวัดไปสู่ผู้อื่น หรือถ้าป่วยเป็นไข้ ให้เข้าพบแพทย์ใกล้บ้าน ที่สถานีอนามัยตำบล และสวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงไปในแหล่งชุมชน

ขณะที่การดำเนินงานของทุกหน่วยงานได้ร่วมบูรณาการกันอย่างเต็มที่ โดยโรงพยาบาลพุทธชินราช ได้ให้คนไข้และญาติที่เข้าออกโรงพยาบาลทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และมีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคปอดอักเสบ ไอเรื้อรัง เด็กเล็ก ผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน และหญิงตั้งครรภ์

ขณะที่สาธารณสุขพิษณุโลกได้ออกเผยแพร่และรณรงค์ ในโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนกวดวิชา รวมถึงกลุ่มสถานบันเทิงที่คนหมู่มากรวมตัวกันเป็นเวลานาน เช่น สถานบันเทิง คาราโอเกะ และร้านเกมส์


สมุทรปราการ ติดไข้หวัดพบ 8ราย

นายแพทย์วีรพล นิธิพงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดสมุทรปราการ ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ 2009 แล้ว 8 ราย เป็นนักเรียนระดับมัธยมในโรงเรียน 3 แห่ง และได้มีการปิดโรงเรียนไปแล้ว 2 แห่ง ส่วนอีก 1 แห่ง ยังรอผลการประเมินสถานการณ์ภายในโรงเรียนอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอีก จำนวน 7 ราย

ในส่วนของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค นั้น จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดตั้งศูนย์การเฝ้าระวังในระดับอำเภอ เอาไว้ทั้ง 6 อำเภอ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้ง จัดเตรียมบุคลากร งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงาน สำหรับโรงพยาบาลประจำอำเภอ ได้มีการเตรียมห้องเพื่อเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วย เตรียมพร้อมเวชภัณฑ์สำหรับรักษาผู้ป่วย และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนลดความตื่นตระหนก โดยให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัว ว่าเชื้อโรคดังกล่าวไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดหากรู้ก่อนรักษาทันก็หายได้
สพท.บุรีรัมย์ สั่งทุกโรงเรียนร่วมกับสสจ.ให้ความรู้นักเรียน

นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ได้สั่งให้ทุกโรงเรียน ประสานสาธารณสุขอำเภอ และสาธารณสุขจังหวัด เร่งออกให้ความรู้นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 หลังพบมีการแพร่ระบาดกับเด็กนักเรียนในหลายโรงเรียน และประชาชนในหลายจังหวัดพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง หากโรงเรียนใดพบนักเรียนป่วยเป็นไข้หวัดนาน ผิดปกติ หรือเข้าข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อ ให้รีบนำไปพบแพทย์เฝ้าระวังดูอาการจนหายเป็นปกติ เพื่อไม่ให้เชื้อมาแพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่นได้ พร้อมกันนี้ยังให้แจ้งสาธารณสุขอำเภอ จังหวัดทราบโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมป้องกันการระบาดของโรคโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์พบผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 ราย หลังจากการเฝ้าดูอาการแล้วไม่พบการติดเชื้อ เพียงป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา

ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ยังได้สั่งให้ทุกโรงเรียนจับตาสอดส่อง เฝ้าระวังเด็กนักเรียนที่เดินทางกลับจากไปศึกษายังต่างประเทศ หรือเด็กติดตามผู้ปกครองและครอบครัวไปเที่ยวหรือไปทำภารกิจที่ต่างประเทศ เป็นพิเศษด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ได้

Related Posts:

Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top