อภ.ลดวัคซีนทดลองเหลือ5.5ล็อก - อาหารและสุขภาพ, Health nutrition

Wednesday, September 23, 2009 at 12:32 AM

"อภ."ลดขนาดวัคซีนทดลองอาสาสมัครเหลือ 5.5 ล็อก ระบุหากกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ผลจะเป็นข่าวดี เพราะทำให้ได้ปริมาณวัคซีนเพิ่มขึ้น ยอมรับไข่ไก่เอสพีเอฟอาจขาดแคลน แม้ไข่ไก่ยูเอสกระตุ้นสร้างเชื้อได้ดีกว่า นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนหวัด 2009 ซึ่งล่าสุดได้มีการเลื่อนกำหนดการฉี...
วันที่ 23 กันยายน 2552 - 00:00
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

"อภ."ลดขนาดวัคซีนทดลองอาสาสมัครเหลือ 5.5 ล็อก ระบุหากกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ผลจะเป็นข่าวดี เพราะทำให้ได้ปริมาณวัคซีนเพิ่มขึ้น ยอมรับไข่ไก่เอสพีเอฟอาจขาดแคลน แม้ไข่ไก่ยูเอสกระตุ้นสร้างเชื้อได้ดีกว่า

นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนหวัด 2009 ซึ่งล่าสุดได้มีการเลื่อนกำหนดการฉีดทดลองวัคซีนให้อาสาสมัคร 24 คน ออกไปอีก 2 สัปดาห์ จากวันที่ 24 ก.ย. เป็น 6 ต.ค. ว่า ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะได้รับวัคซีนว่าทุกขั้นตอนในการตัดสินใจต้องมั่นใจบนพื้นฐานของมาตรฐาน และที่ตรวจเช็กซ้ำก็เพื่อให้เกิดความกระจ่างในทุกข้อสงสัยและเพื่อปลอดภัยมากขึ้น แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวัคซีนต่อประชาชนบ้าง แต่ก็ต้องทำความเข้าใจต่อไป แต่ยืนยันผลตรวจล่าสุดแล้ว ฝีที่พบในหนูตะเภาทดลองไม่ได้เกิดจากวัคซีนแน่นอน และจนถึงขณะนี้ อภ.ก็ยังไม่ได้หยุดกระบวนการผลิตเพิ่ม โดยขณะนี้ได้ดำเนินการผลิตไปถึงล็อตที่ 3 แล้ว โดยทุกชุดที่ได้มานั้นมีคุณภาพเดียวกัน และได้เก็บไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิอย่างดี เพื่อให้เพียงพอและทันใช้ในเดือน ธ.ค.นี้

นพ.วิทิตกล่าวว่า ส่วนกรณีที่จะมีการลดจำนวนเชื้อที่บรรจุในวัคซีนเหลือ 5.5 ล็อกนั้น เนื่องจากเป็นการทดสอบเพื่อให้ทราบว่า การกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้นจะได้ผลในขนาดใดมากที่สุด ซึ่งก่อนหน้าที่ได้กำหนดไว้ที่ขนาด 6.5 ล็อก และ 7.5 ล็อกเท่านั้น แต่หากผลการกระตุ้นใน 5.5 ล็อก ได้ประสิทธิภาพดีก็ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะจะทำให้จำนวนวัคซีนที่ผลิตได้เพิ่มมากขึ้น จากส่วนต่างที่กำหนดไว้ในครั้งแรก

นพ.วิทิตยังได้กล่าวถึงความต้องการไข่ไก่มาตรฐานเอสพีเอฟที่มีความต้องการสูงมาก เนื่องจากหลายประเทศต่างแย่งกันสั่งจองเพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตวัคซีนสำหรับประชาชนในประเทศตนเองนั้น ทาง อภ.ก็ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้เช่นกัน จึงได้หารือกับกรมปศุสัตว์ในการผลิตไข่ไก่เอสพีเอฟ เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็ผลิตได้อยู่แล้ว เพียงแต่ให้ขยายจำนวนการผลิตเพิ่มที่มีอยู่เดิม 3 โรงเลี้ยง ให้มีกำลังผลิตวันละ 2,000 ฟอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไข่ไก่เอสพีเอฟจากสหรัฐมีการกระตุ้นการสร้างตัวเชื้อได้ดีกว่าไข่ไก่ที่นำเข้าจากเยอรมัน. (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

Related Posts:

Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top