กระดูกสันหลังคดแก้ได้ - อาหารและสุขภาพ, Health nutrition

Tuesday, September 22, 2009 at 11:20 AM

โรคคุกคามเด็กที่อาจไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักอย่างโรคกระดูกสันหลังคด ทำให้ผู้ปกครองขาดข้อมูลเฝ้าระวัง กว่าจะรู้อีกที่ลูกอาจเป็นอัมพาตไปแล้วปกติแล้วกระดูกสันหลังของคนเราจะตั้งเป็นแนวตรง  ส่วนคนที่เป็นกระดูกสันหลังคดอาจเบี้ยวไปทางข้างใดข้างหนึ่ง มีทั้งเป็นรูปตัว C หรือตัว S   ซึ่งกว่ารู้ตัวอาจใช้เวลานาน เพราะไม่มีอาการปวดนำสัญญาณมาก่อน ...
วันที่ 22 กันยายน 2552 04:00
(อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

โรคคุกคามเด็กที่อาจไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักอย่างโรคกระดูกสันหลังคด ทำให้ผู้ปกครองขาดข้อมูลเฝ้าระวัง กว่าจะรู้อีกที่ลูกอาจเป็นอัมพาตไปแล้ว

ปกติแล้วกระดูกสันหลังของคนเราจะตั้งเป็นแนวตรง  ส่วนคนที่เป็นกระดูกสันหลังคดอาจเบี้ยวไปทางข้างใดข้างหนึ่ง มีทั้งเป็นรูปตัว C หรือตัว S   ซึ่งกว่ารู้ตัวอาจใช้เวลานาน เพราะไม่มีอาการปวดนำสัญญาณมาก่อน

              “โรคนี้มันแฝงอยู่ในลักษณะของปุ่มนูน หากไม่สังเกตจะไม่เห็นความผิดปกติ เพราะมองไม่เห็น บางครั้งมีแต่รอยนูนที่แผ่นหลังอย่างเดียว ถือเป็นสัญญาณได้ว่า เด็กเริ่มกระดูกสันหลังคดตามมา“ นพ. ทายาท บูรณกาล ผู้อำนวยการศูนย์ร่วมการรักษากระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพ   อธิบายสัญญาณอันตราย

 กรณีกระดูกคดไม่เกิน 60 องศาแทบไม่มีอาการปวดแตกต่างจากคนทั่วไป ยกเว้น skdเกินคดเกิน 60 องศา เริ่มมีปวดหลัง ถ้าเกิน 100 องศาขึ้นไปมีปัญหาเรื่องการหายใจ แต่ถ้าเกิน 130-140 องศาถึงขั้นเป็นอัมพาต เดินไม่ได้แล้ว แขน-ขาอ่อนแรง  และโอกาสติดเชื้อในปอดสูง เพราะขนาดปอดเล็กลงตามการบีบของซี่โครงทำให้เสียชีวิตได้ง่ายกว่าคนปกติ

 ผลจากการวิจัยพบว่าเด็กไทยมีกระดูกสันหลังคดเพิ่มขึ้นในอัตรา 1 ต่อหมื่นคน ส่วนในต่างประเทศ มีอัตราคนที่เป็นกระดูกสันหลังคดมากกว่าประเทศไทย  3 เท่า 
 
           “กระดูกคดอาจเริ่มเป็นตั้งแต่เด็กแรกเกิด ที่พบบ่อยคือ คอคด มันไม่ได้เกิดมาปุ๊บเห็นปั๊บ แต่จะเห็นได้ตอนเด็กอายุ 1 ขวบปีแรก  4 ปี 6 ปี 8 ปี และ 12ปี”

 กระดูกสันหลังคด ที่พบบ่อย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกกระดูกสันหลังคดตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งสัมพันธ์กับโรคกระดูกไม่ปกติ เช่น กระดูกสันหลังแหว่งอาจแหว่งด้านซ้าย ด้านขวายืดออกมา หรือมีกระดูกสันหลังเกิน  ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่เป็นอัมพาต ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาการรุนแรง กลายเป็นคนทุพพลภาพ  สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นไม่ว่าจะดีมีจน 

 วิธีการรักษาคือ ผ่าตัดแต่งกระดูก แล้วเอาเหล็กดาม ติดกับร่างกายตลอดชีวิต  

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ระยะเวลาผ่าตัดที่เหมาะ ขึ้นอยู่กับ  3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 

 1. ความแข็งแรงของร่างกายของเด็ก   2. ขึ้นอยู่กับมุมการคดด้วยว่าคดมาก คดน้อย ถ้ากระดูกคดเร็วเกิน 60 องศา ขึ้นไปตั้งแต่อายุ 4 ขวบควรผ่าตัด  แต่ถ้า 4 ขวบยังไม่ถึง 60 องศาแค่ 30 องศา สามารถรอให้เด็กอายุ 8-9 ขวบค่อยผ่าตัด   และ 3. ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแพทย์ที่บางครั้งต้องการรอเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการผ่าตัด 

 "สมัยก่อนการผ่าตัดแบบนี้โอกาสเป็นอัมพาตสูง  50 : 50 แต่เดี๋ยวนี้หวังผลได้ 99 % ยิ่งถ้าพามารักษาในช่วงที่เวลาเหมาะสม จะไม่มีลักษณะอาการทุพพลภาพหลงเหลืออยู่”

 ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มีกระดูกดีทุกอย่าง แต่อยู่ดีๆ กระดูกสันหลังคด ไม่ทราบสาเหตุ แพทย์เชื่อว่า เกิดจากโครโมโซมบางอย่างเป็นตัวบังคับให้เกิดการม้วนของกระดูกสันหลังบิดเป็นเกลียว เหมือนเชือกปีนเกลียว มักพบได้กับเด็กอายุ 8 ขวบก่อนเข้าสู่วัยรุ่น  และพบเกี่ยวโยงกับพันธุกรรมด้วย เรียกว่า ถ้าแม่เป็น มีโอกาสสูงที่ลูกจะเป็น

 “ ส่วนใหญ่เด็กมักไม่รู้ตัวว่ากระดูกคด จนกระทั่งวันหนึ่งส่องกระจกแล้วเห็นมีโหนกเกิดขึ้น (Hump)  เกิดขึ้นที่ตรงสะบัก แสดงว่ากระดูกสันหลังบิด พอผู้ปกครองพามาหาหมอเอ็กซ์เรย์ก็พบว่าลักษณะคด ที่พบบ่อยๆ คือการคดของกระดูกสันหลังแถวหน้าอก”

 นพ. ทายาท  บอกว่า  โรคนี้มักพบในผู้หญิง สังเกตได้จาก อันดับแรกคือ ประจำเดือน  ถ้าเด็กมีอาการหลังคดตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน บอกได้เลยว่า ต่อไปอนาคตจะคด หรือบางคนคดตั้งแต่ยังไม่มีประจำเดือน ต้องระวังเพราะพอมีประจำเดือนแล้วกระดูกสันหลังจะคดอย่างรวดเร็ว

 อันดับสองให้สังเกต  มุมของการคด ถ้าเด็กที่มาหาแพทย์ครั้งแรกแล้ว คด 40 องศา เด็กกลุ่มนี้โอกาสคดเร็วมากเทียบกับเด็กที่มีมุมคด 15 องศา ส่วนเครื่องมือในการวัดคือ การถ่ายภาพ X -ray  ใช้คอมพิวเตอร์ลากเส้นวัดมุม  กรณีเด็กที่เคยมาตรวจมีมุมคดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 1 ปีเกิน5 องศา  ควรเข้ารับการผ่าตัด เพราะโอกาสพิการสูง หรือถ้าเด็กอายุ 8  -10 ขวบมุมการคด 30 องศา สามารถใส่เสื้อเกราะ (Brace) แทนการผ่าตัด

 "การใส่เสื้อเกราะมันทรมาน เพราะคนใส่ถูกบังคับในการบิดตัวอยู่ในท่าบิดเบี้ยวอยู่ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน ถึงจะได้ผล แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะโอกาสเกิดผลสำเร็จต่ำ และต้องดัดปรับแทบทุก 2-3 เดือนคล้ายกับการจัดฟัน อัตราความสำเร็จของการใส่เสื้อเกราะขึ้นอยู่กับ พ่อแม่ แพทย์ ที่ต้องจ้ำจี้จ้ำไชไม่ให้เด็กถอด ปัจจุบันการใช้ยังมีอยู่ โอกาสที่ประสบความสำเร็จ 50-70% "

 การใส่เสื้อเกราะเพื่อไม่ให้ภาวะกระดูกคดแย่ลง แต่ต้องอาศัยระยะเวลานาน 5-6 ปี ราคาเสื้อเกราะมีให้เลือกกันตั้งแต่ 3 หมื่น-1แสนบาท ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการปรับขนาดในแต่ละเดือน ในแง่ของความปลอดภัย เด็กจะไม่เป็นอัมพาต แต่อาจเสียสุขภาพจิต ส่วนการผ่าตัดโรคกระดูกคดประเภทที่สอง  โอกาสสำเร็จประมาณ 99%  โอกาสมีปัญหาระบบประสาท 2% ติดเชื้อ 1%  โอกาสเสียชีวิตต่ำกว่า1% 

 " 98 % คนไข้ประสบความสำเร็จกับการผ่าตัด พักแค่ 3-4 วันหลังผ่าตัด หลังจากนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สมัยก่อนเหล็กที่ใช้จะเป็นแบบขอเกี่ยว จนกระทั่ง 10 ปีที่ผ่านมาหันมา ไททาเนียม ที่สามารถแก้ไขมุมได้ 3 มิติ ค่าใช้จ่ายการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับราคาของเครื่องมือ ถ้านำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนบาท แต่ในประเทศไทยสามารถทำได้แล้วราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ข้อดีของการผ่าตัดคือ เด็กไม่เสียสุขภาพจิต "

 อย่างไรก็ตาม  หลังผ่าตัดต้องใส่เสื้อประคองไว้ 6 เดือนหลังการผ่าตัด  โดยปกติ แพทย์ไม่แนะนำให้เล่นกีฬาหนักอย่าง รักบี้ ฟุตบอล เพราะจะเป็นตัวเร่งให้กระดูกหลังที่เหลืออยู่พังเร็วขึ้น แต่ถ้ากีฬาทั่วไป อาทิ ว่ายน้ำ ตีปิงปอง แบดมินตัน  สามารถเล่นได้ตามปกติ   
    (อาหารและสุขภาพ, Health channel, Health nutrition, Health article)

Related Posts:

Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top