Showing posts with label สิว (Acne). Show all posts
Showing posts with label สิว (Acne). Show all posts

สิว ยารักษาสิว กลุ่มยารับประทาน กลุ่มยาทา, Tetracyclin, Doxycycline, Benzyl peroxide - Acne, Pharmacy

Friday, June 12, 2009 at 9:44 PM

ยารักษาสิว

- กลุ่มยารับประทาน

1. ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ (Isotretinoin) มักจะใช้ในผู้ป่วยที่เป็นสิวที่รุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาอื่น ๆ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์เพราะ มีโอกาสเกิดความพิการของทารกในครรภ์ได้ เมื่อให้ในผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์ ต้องให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย ถึงการคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในขณะกินยาและหลังหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน ควรงดบริจาคโลหิตระหว่างการรักษาและหลังการรักษาอย่างน้อย 3 เดือน ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะมีผลต่อความสูงของเด็กได้

2. ยาในกลุ่มของฮอร์โมน หรือ ยาคุม จะลดความมันของหน้าได้ประมาณ 20 - 30 % ไม่ควรใช้ในเด็กในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดและหัวใจ และในผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมนอกจากนั้นยาอาจจะมีผลต่อเรื่องน้ำหนักตัว ความดันโลหิตสูง กระตุ้นอาการปวดศีรษะไมเกรนได้

3. ยากลุ่มยาปฏิชีวนะมีใช้หลายตัว เช่น Tetracyclin, Doxycycline, Erythromycin

การกินยาปฏิชีวนะนาน ๆ อาจจะมีผลต่อการเกิดเชื้อราในช่องคลอดได้ยากินทุกตัว ไม่ควรหาซื้อกินเอง ควรปรึกษาแพทย์โรคผิวหนังก่อนเสมอเพื่อทราบถึงผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการใช้ยา ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ - วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A สุดอยู่ สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป


- กลุ่มยาทา

1. ยาทาในกลุ่มวิตามินเอและอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Tretinoin, Adapalene ,Tazarotene ได้ผลดีโดยเฉพาะสิวอุดตัน และยังใช้เป็นตัวป้องกันไม่ให้สิวเกิดขึ้นใหม่ หรือน้อยลงได้ในระยะยาว แต่ยามีฤทธิ์ระคายเคืองได้บ้าง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นใช้ในระยะแรกๆ

2. ยาทาในกลุ่มยาปฏิชีวนะ เช่น 1% Clindamycin, Erythromycin, Metronidazole ซึ่งจะให้ผลในการลดจำนวนแบคทีเรียที่ก่อสิวอักเสบไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้อย่างเดียว เพราะทำให้สิวดื้อยาได้

3. ยาทากลุ่ม Benzyl peroxide มีฤทธิ์ในการลดจำนวนแบคทีเรียและลดการอักเสบของสิวแต่ยามีฤทธิ์ระคายเคืองได้บ้าง และกัดสีเสื้อผ้าได้ ระวังไม่ทำยาเลอะเสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าสีเข้ม

4. Azelaic acid ฆ่าแบคทีเรียที่ก่อสิวและลดจำนวน Comedone ได้

5. ยากลุ่มอื่นๆ เช่น การฉีดสเตียรอยด์ปริมาณน้อยๆ ที่สิวอักเสบจะลดการอักเสบที่สิวได้เร็ว

สิว วิธีป้องกันและรักษาสิว - Acne

at 9:10 PM

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้มันกำเริบ โดยมี

ข้อแนะนำต่างๆ ดังนี้
1. นอนหลับให้เพียงพอ - การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอและเพลีย

2. อารมณ์ขัน - อารมณ์ขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว

3. กินอาหารจำพวกผัก - การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

4. กินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี - หากเราเกิดอาหารไขมันสูงมาก ๆ เข้าจะทำให้มีไขมันอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว

5. ล้างหน้าให้สะอาด - การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ไม่ควรขัดถูใบหน้าไม่ควรใช้สบู่ที่แรง ๆ ควรล้างหน้าอย่างแผ่วเบา โดยล้างหน้าตั้งแต่ ใต้คางไปจนจรดแนวไรผมที่หน้าผาก หลังฟอกสบู่ต้อง ล้างสบู่ออกให้หมด ไม่ควรใช้ lotion หรือ astringent เช็ดใบหน้า เว้นเสียแต่ว่าผิวหนังมันมาก และก็ควรใช้ เฉพาะบริเวณที่ผิวมันมากเท่านั้น ควรสระผมอย่างสม่ำเสมอ ในผู้ที่มีผมมันมากอาจต้องสระผมทุกวัน

6. ใช้กระดาษซับหน้ามัน - หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย

7. หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว - ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว

8. ใช้ยา

ประเภทของสิว, สิวไม่อักเสบ, สิวอักเสบ, สิวอุดตัน, Open comedones, Papules - Acne

at 9:00 PM

ประเภทของสิว

• สิวไม่อักเสบ
- สิวหัวเปิด, สิวเสี้ยน, สิวหัวดำ(open comedones /black head)
- สิวหัวปิด, สิวหัวขาว (closed/white head comedones)

• สิวอักเสบ
- สิวอักเสบ (papules)
- สิวหัวหนอง (pustules)
- สิวหัวช้าง (nodules)
- สิวหนองขนาดใหญ่ (cysts)


กระบวนการเกิดสิว

บริเวณของรูขุมขนที่มีอยู่ทั่วไปตามผิวหนังของคนเรา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว ต่อมไขมัน(Sebaceous gland) บริเวณรูขุมขนนี้ มีหน้าที่สร้างไขมัน(Sebum) มาหล่อเลี้ยงผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่แห้ง มีความชุ่มชื้นซึ่ง Sebum นี้ประกอบด้วย triglyceride ,ester,wax และสารอื่น ๆ บางครั้งมีการสร้างไขมันมากเกินไป ทำให้คั่งค้างอยู่ในรูขุมขนและเกิดการอักเสบจะทำให้เกิดการอุดตัน เรียกว่า ไมโครโคมีโดน (Microcomedone) ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิว Microcomedone นี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะต่างๆกันได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้เกิดเป็นสิวอุดตัน

สิวอุดตัน...แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ...

สิวคืออะไร?, สาเหตุ ปัจจัยที่ทําให้เกิดสิว - Acne

at 8:48 PM

คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน เกิดขึ้นเพราะผิวหนัง มีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว เรียกว่า โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งปกติจะอยู่ทั่วๆไปบนผิวหนังของคนเรา แต่โดยมากจะเป็นบริเวณหน้า คอ และลำตัวส่วนบน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่อย่างหนาแน่น

จากข้อมูลของสถานพยาบาลของรัฐที่ตรวจรักษาโรคผิวหนังในประเทศไทย จะพบว่าสิวเป็นโรคที่มารับการตรวจรักษาในอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวแทบจะเรียกได้ว่า ติดหนึ่งในห้า หรือ หนึ่งในสามของผู้ป่วยทั้งหมดที่มารับการรักษาจากแพทย์ผิวหนังของสถานบริการของรัฐ

ในทางการแพทย์ สิวอาจจะพบได้ตั้งแต่เด็กอายุ 8-10 ปี และถือว่าการเริ่มเป็นสิวในวัยนี้ เป็นสัญญานของวัยแรกรุ่น หรือวัยเริ่มเจริญพันธ์อาจจะเรียกได้ว่า จะเริ่มเป็นหนุ่ม เป็นสาว ซึ่งในเด็กผู้หญิงการเกิดสิวครั้งแรกจะเกิดก่อนการมีประจำเดือนครั้งแรก 1 ปี ซึ่งอายุที่เริ่มเป็นสิวมักอยู่ช่วงระหว่าง 12 - 15 ปี มักจะรุนแรงสุดในช่วงอายุ 17-21 ปี โดยเป็นชายร้อยละ 33 และหญิงร้อยละ 67 สิวจะปรากฏอาการในผู้หญิงช่วงอายุ 14-17 ปีและในผู้ชายช่วงอายุ 16-17 ปี และจะเริ่มหายไปเมื่ออายุพ้นวัยรุ่นไปแล้วสิวจะค่อย ๆ ทุเลา ยกเว้นผู้ป่วยบางรายยังคงเป็นสิวมากจนต้องรักษาเมื่ออายุถึง 35 ปี หรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่าในวัย 40 ปี ร้อยละ 1 ของผู้ชาย และร้อยละ 5 ของผู้หญิงยังคงเป็นสิว และมีส่วนน้อยที่จะเป็นสิวไปจนถึงอายุ 45 ปี

การที่พบผู้หญิงเป็นสิวเมื่อเลยวัย 25 ปีไปแล้วมากกว่าผู้ชายอาจจะเป็นเพราะผู้หญิงมีการใช้เครื่องสำอางเพื่อเสริมสร้างความงามซึ่งเครื่องสำอางที่ใช้อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว (cosmetic acne) ก็ได้...

แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว Propionibacterium acnes - Acne

at 8:11 PM

Propionibacterium acnes
{ P. acnes (พีเอคเน่) }
Propionibacterium

แบคทีเรียจัดเป็นพวกโพรคาริโอต(Procaryote) หรือโพรคาริโอติกเซลล์ (Procaryotic cell)ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ นิวเคลียส ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (nuclear membrane) แบคทีเรียเป็นชนิด anaerobes (บางสายพันธุ์เป็น microaerophilic)
เชื้อนี้เดิมจัดอยู่ในสกุล Corynebacterium เนื่องจากมีรูปร่างคล้าย diphteroid ปัจจุบันจัดอยู่ในสกุล Propionibacterium เนื่องจากลักษณะโครงสร้าง ส่วนประกอบของผนังเซลล์ และ DNA ตลอด ทั้งให้ผลผลิตของเมทาบอลิซึมเป็นกรดโพรพิโอนิค และแอซีติก ซึ่งแตกต่างจาก Corynebacterium

จีนัส Propionibacterium จะพบได้ทั่วไปตามผิวหนัง ผม ขน ช่องปาก ระบบทางเดินอาหารของคนและสัตว์ มีอยู่ทั้งหมด 8 ชนิด แต่ที่พบบ่อย ได้แก่

= P. acnes ผลิตกรดโพรพิโอนิค ชอบอาศัยอยู่บริเวณจมูก สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสแบบบไม่ใช้ออกซิเจน
เป็นต้นเหตุสำคัญของสิว และบางครั้งอาจทำให้เกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบ

= P. avidum มีขนาด 0.3 – 1.3 x 1 – 10 ไมโครเมตร อาจมีรูปร่างหลายแบบ คือ
คล้ายกระบอง ลักษณะเป็น coccobacilli คล้ายอักษรจีนบางครั้งต่อเป็นกิ่งก้านสายสั้น ๆ

= และถ้าพบ P. granulosum และ P. avidum แสดงว่ามีการปนเปื้อนที่ผิวหนังเกิดขึ้น...

Benzac, Panoxyl การดูแลรักษาสิว ขั้นตอนการใช้ [กระทู้] - Acne, Pharmacy

Thursday, June 11, 2009 at 8:57 PM

แต่ถ้าเป็นที่ผมใช้แล้วหาย benzac นั้น มันจะไม่แรง เท่า panoxyl ครับ เวลาผมเป็น ผมก็ใช้สูตรนี้ตลอด แม่เป็นเพื่อน เภสัช = =

ตัว ที่ผมใช้ 1. เริ่มแรก ใช้ pan 2.5% ครับ คือเริ่มต้น อาการก็จะ หน้าแดง หน้าลอก สิวยุบ ส่วนมากจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบนิดๆก็ช่วยได้นะครับ คนไม่เคยใช้ ใช้ก่อนล้างหน้า คือล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ก่อน แล้ว ทา (ผมเป็นผู้ชายครับ ตอนเป็นสิวนั้น เป็นก็เกือบๆทั้งหน้า ตอนไม่เป็นหน้าก็เนียน เหอะๆ) เริ่มจาก ทาแล้วทิ้งไว้ 15นาที พยายามเพิ่มเวลานะครับ เพิ่มเป็น30 - 45 นาที ยอมทนแสบนิดหน่อย
(ท่องไว้ เพื่อสิวๆ ) เพิ่มให้ถึง1ชม. หลังใช้ประมาณ1สัปดาห์หน้าก็จะไม่แดงแล้วครับ หลังจากนั้น จะทนเท่าไรก็ได้เลย แล้วแต่จะล้างออกตอนไหนไม่เกิน2ชม.ก็ดีครับ เหมือนกับหน้าไม่เราไม่ชินยา ใช้ไปเรื่อยๆ จะชิน หลังจากใช้ไปหลายสับดาห์ ต้องดูด้วยนะครับว่าหายแดง รึยังและต้องไม่แสบด้วยนะ

ค่อยเพิ่มเป็น แบบ 5% ครับ ยาจะมีกลิ่นฉุนกว่าตัว2.5 มาก แต่ สิวอุดตัน นี่หายเรียบ หน้าจะเนียน แต่ก็ยังลอกนิดหน่อย

2. พยายามหาโฟมที่เหมาะกับ หน้าเราครับ เราใช้ตัวไหน สิวไม่ขึ้นก็ใช้ตัวนั้น นะ ถ้ายังหาตัวถูกใจไม่ได้ พยายามให้หมอ หรือเภสัช แนะนำดูและบอกด้วยว่าหน้าเราเป็นแบบไหน หน้ามัน หรือ แห้ง (ส่วนตัวผมหน้ามัน ผู้ชายด้วยหล่ะครับ ออกกำลังกายทุกวัน เหงื่อตกตลอดเวลา)
ผม ก็ใช้หลายตัวอยู่ พยายามหาโฟมที่มีค่า ph ที่เหมาะพอดีๆ เป็นสิวไม่ต้องหาโฟมที่มีออฟชั่น หน้าขาว ใส หรอกครับ เอาสิวให้หายก่อนเป็นดี ผมใช้ maxkin AHA mild foam โฟมแบบเบา สำหรับคนเป็นสิวแพ้ง่าย ค่า PH5.5 ครับ หลังจาก ทาBP แล้วล้างออกแล้วตามด้วยโฟม ขัดเบาๆนะครับ โดยส่วนตัวผมไม่ใช้โฟมสครับ ไม่ชอบ + แพ้ นิดๆ (คนหน้ามัน หรือแพ้ สมูทอี อย่าใช้โดยเด็ดขาดนะครับ) ...
Thai Health Article (Thailand) | RSS Subscribe | Go to top